HoonSmart.com>> KGEN เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง! ผู้บริหารปักธงผลิต 4 หมื่นคัน เล็งจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานปี 2570 เป็นปีแรก ดันแบรนด์ใหม่-พันธมิตร Huawei หนุนการเติบโต
นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษา บริษัท คิงส์เจน (KGEN) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลดำเนินงานครึ่งปีหลังมีทิศทางโดดเด่น จากแรงหนุนของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายเครือข่ายการจำหน่าย และการเพิ่มกำลังการผลิต
โดยเฉพาะผลการดำเนินงานไตรมาส 2 เติบโตถึง 100% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า จากการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ จังหวัดระยองช่วงหลังสงกรานต์เม.ย.ที่ผ่านมา และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ต่อเนื่องหนุนยอดขาย ส่งผลให้ผลดำเนินงานกลับมาเทิร์นอะราวด์ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป
ประธานที่ปรึกษา กล่าวอีกว่า บริษัท ฯ มีความพยายามและตั้งเป้าจ่ายเงินปันผลครั้งแรก สำหรับผลการดำเนินงานปี 2570 หากเป็นไปตามเป้าหมาย สามารถจ่ายเงินปันผลได้ในปี 2571 ซึ่งสะท้อนความตั้งใจในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจ
สำหรับความสนใจการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ ชุดที่ 2 ( KGEN-W2) มีผู้ถือหุ้นใช้สิทธิ์แล้วประมาณครึ่งหนึ่ง และคาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ์เพิ่มเติมในช่วงเวลาที่เหลือซึ่งกำหนดใช้สิทธิวันสุดท้าย 31 ก.ค.นี้ หลังการเปิดตัวสินค้าใหม่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจ และผู้ถือหุ้น รวมทั้งผู้ที่ใช้สิทธิแปลง KGEN-W2 จะได้สิทธิ KGEN-W3 ราคา 0.05 บาท ด้วย
“ราคาหุ้น KGEN ที่ผันผวน คาดว่าเกิดจากการขายหุ้นของผู้ที่ถือหุ้น เพื่อนำเงินไปใช้สิทธิ KGEN-W2 เนื่องจากราคาหุ้น มีส่วนต่างจากราคาแปลงสภาพ ” ประธานที่ปรึกษา กล่าว
สำหรับแผนธุรกิจครึ่งปีหลังของกลุ่มเชอรี่ ซึ่ง KGEN ถือหุ้น 43% เดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ เตรียมเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ใหม่อย่างน้อย 2 แบรนด์ภายในปีนี้ เจาะตลาดทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ระดับลักซ์ชัวรี ซึ่งหนึ่งในแบรนด์ใหม่จะเป็นความร่วมมือกับ Huawei เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแสดงสินค้าที่กำลังจะมาถึง
การขยายพอร์ตครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ หลังปัจจุบันบริษัทมีการแตกแบรนด์ย่อยออกมาแล้ว 4-5 แบรนด์ โดยแต่ละแบรนด์จะมีผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในแต่ละเซกเมนต์ ส่งผลให้บริษัทมีโอกาสขยายฐานลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น
เชอรี่ กรุ๊ป คงเป้าผลิตรถยนต์รวมทุกแบรนด์ไว้ที่ 40,000 คันภายในสิ้นปีนี้ แม้ว่าปัจจุบันจะมีกำลังการผลิตเฉลี่ยราว 5,000 คันต่อเดือน แต่ฝ่ายบริหารเชื่อว่า การทยอยเปิดตัวแบรนด์ใหม่และการเพิ่มรุ่นรถเข้าสู่สายการประกอบ จะช่วยผลักดันกำลังการผลิตและยอดส่งมอบให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัท ลาพาส (ประเทศไทย) ภายใต้เชอรี่ กรุ๊ป เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย โดยเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า LEPAS L6 EV และก่อนหน้านั้น เปิดตัว Chery Q ซึ่งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ต่อเนื่อง สามารถสร้างยอดจองได้ประมาณ 3,000-5,000 คัน ขณะที่โชว์รูมแต่ละแห่ง ควรมียอดส่งมอบขั้นต่ำ 20-30 คันต่อเดือน ซึ่งสะท้อนศักยภาพการตอบรับของตลาด หากแบรนด์ใหม่ได้รับความนิยมในระดับเดียวกัน ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
