CIMBT กำไรครึ่งปีแรก 1,488 ลบ. โต 47% รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น กดค่าใช้จ่ายลดลง

HoonSmart.com>>ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) โชว์กำไรครึ่งปีแรกปี 69 แตะ 1,488 ล้านบาท เติบโต 47% รายได้ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่าย-สำรองหนี้ลดลง NIM ขยับขึ้นแตะ 2.0%

วุธว์ ธนิตติราภรณ์

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) หรือ CIMB THAI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 1,488.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 475.9 ล้านบาท หรือ 47.0% เมื่อเทียบกับผลกำไรสุทธิของงวดเดียวกันปี 2568 กำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่องอยู่ที่ 1,265.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 579.6 ล้านบาท หรือ 84.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปี 2568 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงาน 9.8% การลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน 0.9% และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 30.4%

รายได้จากการดำเนินงานสำหรับงวดหกเดือนปี 2569 มีจำนวน 5,176.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 461.7 ล้านบาท หรือ 9.8% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2568 เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 270.9 ล้านบาท หรือ 11.6% สาเหตุมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยมากกว่ารายได้ดอกเบี้ย รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 15.4 ล้านบาท หรือ 2.4% เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการชำระค่าสินค้าและบริการและรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่าย รายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 175.4 ล้านบาท หรือ 10.1% สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนสุทธิกับการลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กลุ่มธนาคารได้ลงนามในสัญญาซื้อขายทรัพย์สิน (Asset Purchase Agreement) สำหรับการขายพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อที่กำหนด เนื่องจากธุรกรรมดังกล่าวเข้าเงื่อนไขตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 5 เรื่องสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายและการดำเนินงานที่ยกเลิก (TFRS 5) กลุ่มธนาคารจึงได้จัดประเภทสินทรัพย์ที่ยังไม่ได้จำหน่ายภายใต้สัญญาดังกล่าวเป็น “กลุ่มสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย” (Disposal Group Held for Sale) และจัดประเภทผลการดำเนินงานของธุรกิจที่เกี่ยวข้องเป็น “การดำเนินงานที่ยกเลิก” ในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569

ธนาคารยังคงวิเคราะห์อัตราส่วนสำคัญโดยรวมสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ และค่าใช้จ่ายของกลุ่มสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายตามลักษณะทางเศรษฐกิจของรายการจนกว่าการขายจะแล้วเสร็จ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับงวดหกเดือนปี 2569 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2568 ลดลงจำนวน 27.8 ล้านบาทหรือ 0.9% เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าภาษีอากร สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของขาดทุนจากการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 53.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2568 อยู่ที่ 52.1%

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) สำหรับงวดหกเดือนปี 2569 อยู่ที่ 2.0% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปี 2568 อยู่ที่ 1.9% เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงช่วยชดเชยผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ลดลง

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 242.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 309.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากสิ้นปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 301.5 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (the Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 78.3% จาก 77.2% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568

สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 5 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้นอยู่ที่ 2.1% ลดลงเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ 2.2% เป็นผลจากการที่กลุ่มธนาคารมีนโยบายการจัดการความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อที่รัดกุม มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงแนวทางในการเรียกเก็บหนี้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพที่มีอยู่ และการแก้ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 179.3% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 171.5% ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคาร อยู่ที่จำนวน 8.9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 1.5 พันล้านบาท

เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีจำนวน 59.4 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง 19.7% โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยูที่ 15.4%

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–