ตลท.ชี้ฟันด์โฟลว์เข้าไม่หยุด-เปิดขายบอนด์ “ออมพลัส”อายุ 3,10 ปี ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8% 

HoonSmart.com >>ตลท. เผยทุนต่างชาติยังไหลเข้าไม่หยุด จับมือ สบน.-ธปท.ขายพันธบัตรออมทรัพย์รุ่น “ออมพลัส” ครั้งแรก วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี กับ 10 ปี ผลตอบแทน 1.8% และ 2.8% ต่อปี สูงกว่าตลาด ผ่าน 24 ตัวแทนจำหน่าย – แอปฯ เทรดหุ้น Streaming 3-5 ส.ค. 2569 นี้ หมัดเด็ดซื้อง่าย -ขายคล่อง-ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อเทรดหุ้นได้ เพิ่มสภาพคล่อตลาดตราสารหนี้ไทย

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่าในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าสู่ตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่องและไม่มีท่าทีจะหยุดลง แม้ว่าก่อนหน้านี้ตลาดจะมีความกังวลเกี่ยวกับความเร็วในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจระยะสั้น แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง 2-3 เดือนหลัง เริ่มส่งผลบวกให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้นแล้ว

​”จุดเริ่มต้นสำคัญมาจากความเชื่อมั่นและเสถียรภาพทางการเมืองหลังผลการเลือกตั้ง นโยบายรัฐบาลที่กำลังขับเคลื่อนได้จริงกลายเป็นปัจจัยพื้นฐาน (Fundamentals) แรกที่ดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้กลับเข้ามา และน่าจะส่งผลให้ GDP ของไทยเติบโตในระดับที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับภูมิภาค” นายอัสสเดช กล่าว

นายอัสสเดช กล่าวว่า หากไทยสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้ และมีมาตรการรองรับกลุ่มทุนเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยรักษาเสน่ห์ของตลาดทุนไทยในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

ส่วนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความกังวลเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบโลก ถือเป็นต้นทุนสำคัญของเศรษฐกิจทั่วโลกที่ต้องเผชิญเหมือนกัน

​อย่างไรก็ตาม ภาครัฐมีระบบการจัดการพลังงานได้ดี ไม่มีการขาดแคลน และภาคการผลิตยังดำเนินต่อไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) และภาคเอกชนได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว สะท้อนจากตัวเลขการส่งออกในปีที่ผ่านมาที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อมั่นว่าไทยจะยังรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกได้ดีในอนาคต

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังเดินหน้าทำงานร่วมกับรัฐบาลเพื่อผลักดันให้ตลาดทุนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความมั่งคั่งให้ประชาชน

ล่าสุด ประสบความสำเร็จในการร่วมมือออกพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์) ผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนที่ดี

​โดยได้เปิดตัวความพร้อมในการเสนอขายพันธบัตรรัฐบาลออมทรัพย์ “ออมพลัส” ผ่าน Bond Connect Platform ร่วมกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และตัวแทนจำหน่าย 24 แห่ง ในรอบแรกมูลค่า 2,000 ล้านบาท สำหรับลูกค้ารายย่อยที่มีบัญชีซื้อขายหุ้น ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากประจำและอัตราผลตอบแทนอ้างอิง

​รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.8% ต่อปี

​รุ่นอายุ 10 ปี: อัตราดอกเบี้ย 2.8% ต่อปี

จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท

เปิดจอง 3-5 ส.ค.2569 เวลา 8.30 -15.00 น.

จัดสรรพันธบัตร”ออมพลัส” 6 ส.ค.2569

นักลงทุนสามารถจองซื้อผ่านบัญชีหลักทรัพย์ กับผู้จัดจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ 24 รายทั้งช่องทางดิจิทัลและสาขารวมถึง Application Streaming

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทยในการส่งผ่านสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำให้เข้าถึงง่ายและมีสภาพคล่องสูงสำหรับประชาชนทั่วไป ตามเจตนารมณ์ในการสร้างโอกาสและความเท่าเทียม

​”เป้าหมายสำคัญคือการทำให้พันธบัตรรัฐบาล ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดในประเทศ มีผลตอบแทนต่อเนื่องและปลอดภัย กลายเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าในปัจจุบัน” นายอัสสเดช กล่าว

นายอัสสเดช กล่าวว่า การขายผ่าน Bond Connect Platform เป็นการทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของพันธบัตรรัฐบาลออมทรัพย์ที่มักขาดสภาพคล่องในตลาดรอง โครงการนี้จะช่วยให้ผู้ถือพันธบัตรสามารถซื้อและขายได้อย่างสะดวกสบาย มีความคล่องตัวสูง หากนักลงทุนมีความจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน หรือต้องการนำเงินไปต่อยอดธุรกิจ สามารถแปลงสินทรัพย์นี้เป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว

นายพลช หุตะเจริญ ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงพันธบัตรออมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาในอดีตที่ผู้ลงทุนต้องไปเข้าคิวรอที่สาขาธนาคารตั้งแต่เช้าตรู่

ในรุ่น “ออมพลัส” 4,000 ล้านบาทนี้ จะเน้นการทำธุรกรรมผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกแล้ว ยังรับประกันความโปร่งใส ไร้เส้นสาย และขจัดปัญหาการกั๊กโควตาจองซื้อล่วงหน้า โดยทุกคนต้องเข้าสู่ระบบภายใต้กฎกติกาเดียวกัน

​นอกจากนี้ สบน. ยังได้ปรับปรุงเกณฑ์การจัดสรร โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบเพื่อความทั่วถึง ประกอบด้วย

หนึ่ง แบบ First-come, First-served หรือ มาก่อนได้ก่อน สำหรับการซื้อผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”วงเงิน 2,000 ล้านบาท

สอง แบบ Small Lot หรือ การจัดสรรแบบกระจายสิทธิ์ขั้นต่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยได้รับพันธบัตรอย่างทั่วถึงและลดความเหลื่อมล้ำ ผ่าน Bond Connect Platform วงเงิน 2,000 ล้านบาทความพิเศษของพันธบัตร “ออมพลัส” ในครั้งนี้ คือการทลายข้อจำกัดการลงทุนเดิมๆ ด้วยการซื้อขายสะดวกผ่านแอปเทรดหุ้น Streaming ที่ผู้ลงทุนหุ้นคุ้นเคยอยู่แล้ว

สามารถนำไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อเปิดวงเงินในการซื้อขายหุ้นต่อได้ทันที เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสภาพคล่องให้กับนักลงทุน

และช่วยยกระดับตลาดรอง จากเดิมที่ต้องทำธุรกรรมผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารพาณิชย์เท่านั้น เพื่อหนุนสภาพคล่องและเปิดทางให้ผู้ลงทุนเข้าออกจากการลงทุนได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ สบน. มีแผนเสนอขายในรอบถัดไปอีก 4,000 ล้านบาทในเดือนกันยายน โดยจะทำการประกาศอัตราดอกเบี้ยให้ทราบล่วงหน้า 2 สัปดาห์ก่อนวันเปิดขาย ส่วนแผนการจำหน่ายในปีงบประมาณหน้า สบน. ตั้งเป้าที่จะออกจำหน่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยจะนำข้อมูลและผลตอบรับ (Feedback) จากการขายในรอบแรกนี้ไปปรับปรุงเงื่อนไข วงเงิน และอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงเดือนกันยายนนี้

นางบุษกร ธีระปัญญาชัย ผู้ช่วยผู้ว่าการสายโครงการพื้นฐานและบริการระบบการชำระเงินธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แพลตฟอร์ม Bond Connect ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงระบบซื้อขายและถือครองพันธบัตรรัฐบาลเท่านั้น แต่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการออม การลงทุน และการนำพันธบัตรไปใช้เป็นหลักประกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว มีมาตรฐาน และมีความปลอดภัยสูง ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการคลังที่ต้องการลดข้อจำกัดในการลงทุนของประชาชนในวงกว้าง

​”Bond Connect Platform จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ  ของตลาดพันธบัตรออมทรัพย์ไทย และเป็นรากฐานในการต่อยอดไปสู่ตราสารหนี้ประเภทอื่นๆ รวมถึงขับเคลื่อนประเทศไปสู่ระบบไร้ใบตราสารอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบเศรษฐกิจและรองรับ Digital Economy ของไทยในระยะยาว” นางบุษกร กล่าว

นางบุษกร กล่าวว่า ในโครงการนี้ ธปท. จะเข้ามาทำหน้าที่แกนหลักในฐานะนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินของพันธบัตรรัฐบาล โดยได้เตรียมความพร้อมทั้งระบบงานและกระบวนการรองรับ ตั้งแต่การจัดจำหน่าย การเปลี่ยนแปลงทางบัญชี การวางหลักประกัน ไปจนถึงการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ลงทุน