HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง ส่อง 79 หุ้นยอดขุนพล SET100 ทรงกระทิง ยืนเหนือเส้น EMA 200 วัน พร้อมเจาะลึก SKY หุ้นเด่น Laggard คู่หู AOT รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว-ธุรกิจใหม่อนาคตไกล
บล.บัวหลวง (BLS) รายงานว่า หลังจากที่ SET Index โชว์พลังทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) ในรอบ 3 ปีกว่าได้สำเร็จ! จึงได้ทำการส่องหาหุ้นแกร่ง ยืนระยะอยู่บนเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวอย่าง EMA 200 วัน
ผลลัพธ์จากการสแกนหุ้นในดัชนี SET100 มีหุ้นที่ผ่านเกณฑ์ทะยานขึ้นยืนเหนือเส้น 200 วันได้สูงถึง 79 บริษัทเลยทีเดียว! นำทัพโดยเหล่ายอดขุนพลแต่ละกลุ่มดังนี้
กลุ่มธนาคาร (ติดยกแผง!): SCB, BBL, KBANK, KTB (เงินทุนหนาแน่น คว้าพอร์ตอุ่นใจ)
กลุ่มสื่อสาร: ADVANC (อัศวินร่างทอง), TRUE (คลื่น 5G แรงทะลุจอ)
กลุ่มพลังงาน & สาธารณูปโภค: GULF, PTT, TOP, PTTEP, GUNKUL, BCP, SPRC
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์: DELTA (มหาเทพพยุงชีพ), HANA, CCET
กลุ่มปิโตรเคมี: PTTGC, IVL (ฟื้นคืนชีพตั้งไข่สวยๆ)
กลุ่มวัสดุก่อสร้าง: SCC
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: WHA, AMATA
กลุ่มขนส่ง: AOT (ประตูสู่การท่องเที่ยว) และอื่นๆ อีกเพียบ!
สรุป:สัญญาณกระทิงคอนเฟิร์ม:ในภาวะตลาดที่เป็นกระทิง เรามักจะพบโครงสร้างของหุ้นใหญ่ (Big Cap) พร้อมใจกันพาเหรดทะลุเส้น EMA 200 วัน ขึ้นมาได้แบบนี้ และคาดว่าจำนวนหุ้นในลิสต์จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามโมเมนตัมของตลาด
ในทางตรงกันข้าม หากในอนาคตเริ่มเห็นหุ้นแกนหลักเหล่านี้ทยอยปรับตัวลดลงและหลุดต่ำกว่าเส้น EMA 200 วัน เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นจะเป็น “สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า” ว่าตลาดกำลังจะมีการกลับทิศทาง (Reversal) ที่ต้องเฝ้าระวัง
ด้านปัจจัยพื้นฐาน บริษัท สกาย ไอซีที หรือ SKY พรุ่งนี้ (17 ก.ค.69) เวลา 13.30 น. บล.บัวหลวง จะจัด Virtual Conference กับ SKY โดยมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว หลังจากปรับเพิ่มคาดการณ์นับผู้แทนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 เป็น 31.9 ล้านคน (จาก 30.4 ล้านคน) และปี 2570 เป็น 34 ล้านคน (+6.6% YoY) ซึ่งจะหนุนระบบสนามบินของ SKY ทั้ง Biometric, CUPPS และ APPS ที่เติบโตตามปริมาณผู้โดยสาร
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Humanoid Robot ซึ่งมองว่าอาจเป็นธุรกิจใหม่ของ SKY ผ่านบริษัท เมทเธียร์ จำกัด (Metthier) ที่ปัจจุบันมีแม่บ้านกว่า 3,000 คน และ รปภ. กว่า 4,000 คน โดยตลาด Airport Robotics มีมูลค่าราว 1.2 – 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดเติบโตเป็น 4 – 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2577-2578 หรือเติบโตเฉลี่ย 13 – 17% ต่อปี (CAGR) ซึ่งกลุ่ม Security Robot มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดราว 30% ของตลาด
ขณะที่บริษัทมองว่าต้นทุนหุ่นยนต์มีโอกาสลดลงจาก 7 – 8 แสนบาท/ตัว เหลือเพียง 2 แสนบาท/ตัว หากมีการผลิตขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยลดต้นทุนแรงงานในระยะยาว และอาจต่อยอดสู่ธุรกิจ Robotics-as-a-Service สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ในอนาคต
นอกจากนี้ SKY ยังมี Upside จากโครงการภาครัฐผ่าน PIS โดยมี Backlog ราว 2.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 2.5 เท่าของรายได้ต่อปี รองรับการเติบโตระยะยาว ขณะที่ผลประกอบการ 1Q69 มีกำไรสุทธิ 300 ล้านบาท (+47% YoY, +83% QoQ)
