HoonSmart.com>>ADVANC ผนึก BLAND ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ ปูพรมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ พลิกโฉม “เมืองทองธานี” กว่า 4,000 ไร่ สู่ “Hub Connectivity City” ต้นแบบระดับประเทศ อัดเทคโนโลยี 5G Advanced – AI – Cloud เต็มสูบ มุ่งยกระดับการใช้ชีวิต ธุรกิจ และอีเวนต์ระดับโลก รองรับบิ๊กดาต้าต่อยอดสู่เมืองอัจฉริยะระดับประเทศ

นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BLAND เปิดเผยว่า แนวคิดดั้งเดิมของเมืองทองธานีคือการเป็นเมืองบริวาร (Satellite City) ที่มีองค์ประกอบครบถ้วนทั้งที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน และที่พักผ่อน แต่ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามาต่อยอดแนวคิดนี้ให้กลายเป็น Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ
ความร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด “Muang Thong NEXT: The Smart & Connected City” จึงเป็นการเปลี่ยนเมืองทองธานีให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure) เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตและขับเคลื่อนแนวคิด Live-Work-Play-Learn ให้เกิดขึ้นจริงใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่:
* Live (การอยู่อาศัย): ยกระดับครัวเรือนสู่ Smart Living และ Everyday Convenience เช่น ชาวคอนโดจะมี Application จ่ายค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่ายไฟ จบในแอปเดียว รวมถึงการรองรับระบบ Telemedicine และการดูแลสุขภาพระยะไกล
* Work (การทำงาน): มุ่งสู่ Employed Digital Integration ให้สตาร์ทอัพ คนทำงาน และภาคธุรกิจในพื้นที่สามารถใช้เน็ตความเร็วสูงและระบบประมวลผลเพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation ได้อย่างรวดเร็ว
* Play (ความบันเทิงและการจัดงาน): พัฒนาสู่ Advanced Event Infrastructure ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี รองรับงานระดับอินเตอร์ที่ต้องการ Data ปริมาณมาก ยกระดับประสบการณ์คอนเสิร์ตและอีเวนต์ขนาดใหญ่ เช่น การทำ Live Broadcasting การสตรีมมิ่งสด Immersive Experience และการใช้ความเร็วระดับ 5G VIP Ultra
* Learn (การเรียนรู้และการบริหารเมือง): เสริมสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (Virtual Classroom) ควบคู่ไปกับ Comprehensive Smart City Management หรือการบริหารจัดการเมืองในอนาคต เช่น การจัดการขยะ (Waste Management) และระบบขนส่ง (Transportation) ทั้งรถมินิแวนและแท็กซี่ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสูงสุด เปิดบิ๊กดาต้า ประชากรหนาแน่นกว่าบางจังหวัด
โดยสาเหตุสำคัญที่ต้องเป็นเมืองทองธานี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมหลากหลายและมีความหนาแน่นของประชากรสูงมาก โดยมีผู้คนหมุนเวียนเข้า-ออกในแต่ละเดือนเป็นจำนวนที่มาก การเปลี่ยนพื้นที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่นี้ให้เป็น Smart City จึงจำเป็นต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพสูงระดับโลก ซึ่งหากสำเร็จจะสร้างประโยชน์ทั้งในระดับชุมชน ธุรกิจ และส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศกาง 5 แกนหลัก โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหนุนเมืองอนาคต

ด้าน นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส (ADVANC) กล่าวว่า บทบาทของ AIS ในครั้งนี้คือการทำหน้าที่เป็น National Intelligent Infrastructure โดยนำศักยภาพของเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาเชื่อมต่อระบบนิเวศของเมืองทองธานีผ่าน 5 แกนหลักสำคัญ ประกอบด้วย:
1. 5G Advanced: เครือข่ายไร้สายความเร็วสูงระดับแนวหน้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานหนาแน่นหลักหมื่นคนพร้อมกันในคอนเสิร์ตและอีเวนต์
2. High-Speed Fiber Optic: ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านใยแก้วนำแสง (AIS 3BB Fibre3 และ WiFi 7) ที่มีความยืดหยุ่นสูงและต่อตรงเข้าสู่ทุกอาคารและครัวเรือน
3. Global Connectivity: ระบบเชื่อมโยงโครงข่ายดิจิทัลจากประเทศไทยออกไปสู่ทั่วโลก
4. Data Center & Cloud: ระบบจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลเชิงธุรกิจในระดับสากล (Global Processing)
5. Sovereign Cloud และ Sovereign AI: โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคต ที่เน้นความปลอดภัยสูงสุดและสร้างความอัจฉริยะให้กับข้อมูลเชิงลึก
“AIS มองว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย แต่เป็นการร่วมวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ให้กับเมือง ธุรกิจ และชุมชน หัวใจสำคัญของ Muang Thong NEXT คือการทำให้เทคโนโลยีอยู่เบื้องหลังทุกประสบการณ์ของเมืองอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ความปลอดภัยในการอยู่อาศัย ไปจนถึงความอัจฉริยะในการจัดอีเวนต์ใหญ่ระดับโลก
สำหรับ AIS แล้ว ความสำเร็จของเมืองอัจฉริยะไม่ได้วัดกันที่ว่าเรามีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแค่ไหน แต่วัดที่ ‘ประโยชน์ที่ผู้คนสัมผัสได้จริง’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะดวกในการเดินทาง ความปลอดภัยในการใช้ชีวิต หรือโอกาสเติบโตทางธุรกิจ บทบาทของเราจึงไม่ใช่แค่การนำอินเทอร์เน็ตเข้ามาเชื่อมต่อระบบ แต่คือการเชื่อมโยงโครงข่าย ข้อมูล และศักยภาพของทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันเมืองทองธานีสู่การเป็นต้นแบบ Smart & Connected City ที่สร้างคุณค่าและเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายปรัธนากล่าวทิ้งท้าย
นอกจากนี้ เทคโนโลยีดิจิทัลดังกล่าวยังจะถูกนำไปต่อยอดใช้ในระบบบริหารจัดการเมืองส่วนกลาง เช่น AI CCTV, Smart Access, Digital Signage, Smart Meter, IoT ไปจนถึงระบบ Smart City Data Platform เพื่อให้ผู้บริหารเมืองเห็นภาพรวมแบบเรียลไทม์ วางแผนการจราจร พลังงาน และความปลอดภัยได้อย่างแม่นยำ ปูทางสู่การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะแห่งอนาคตอย่างแท้จริง
