ดาวโจนส์ปิดบวก 9 จุด ผลประกอบการธนาคารใหญ่แกร่ง เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯทั้งสามดัชนีหลักปิดบวก ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 9 จุด แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคารขนาดใหญ่ ด้านตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด หนุนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น “ราคาน้ำมันดิบ” ขยับขึ้นต่อ ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดบวก

ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ปิดบวก โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับขึ้นด้วยแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคารขนาดใหญ่และรายงานตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยสนับสนุนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 52,508.27 จุด เพิ่มขึ้น 9.63 จุด, +0.02%

ดัชนี S&P500 ปิดที่7,543.59 จุด เพิ่มขึ้น 28.25 จุด, +0.38%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่26,107.01 จุด เพิ่มขึ้น 233.83, +0.90%

การฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นนำตลาด ขณะที่ดัชนี Dow ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่กระทรวงแรงงานเผยแพร่ บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนชะลอตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากแรงกดดันด้านราคาพลังงานที่ลดลง ท่ามกลางสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ดัชนี CPI เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่า 3.8% ที่นักวิเคราะห์คาด ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่า 2.8% ที่นักวิเคราะห์คาด

ภายหลังการเปิดเผยรายงานดัชนี CPI ตลาดการเงินได้ประเมินโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมในการประชุมนโยบายการเงินเดือนกรกฎาคมที่ระดับ 83.4% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 58.3% เมื่อวันจันทร์ ทั้งนี้ ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่าตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งในขนาด 0.25% ก่อนสิ้นปีนี้

นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ได้เข้าให้ถ้อยแถลงต่อรัฐสภาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ได้รับการรับรองการแต่งตั้ง โดยมีวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่งเพื่อชี้แจงแผนของธนาคารกลางในการควบคุมแรงกดดันด้านราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น

ฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 เริ่มต้นขึ้นด้วยการรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ 5 แห่ง โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจการซื้อขายหลักทรัพย์และกิจกรรมการทำข้อตกลงทางธุรกิจที่คึกคัก

หุ้น Goldman Sachs พุ่งขึ้น 9% หลังจากรายงานกำไรไตรมาสที่ 2 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้รับอานิสงส์จากการทำข้อตกลงทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ช่วยหนุนธุรกิจการซื้อขายหลักทรัพย์ ส่วนหุ้นของ JPMorgan Chase และ Bank of America ปรับตัวสูงขึ้น 2.5% และ 1.9% ตามลำดับ หลังจากรายงานผลกำไรที่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด

หุ้น Citigroup ลดลง 5.3% เนื่องจากความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายบดบังผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด ในขณะที่หุ้น Wells Fargo ร่วงลง 2.7%

หุ้น IBM กดดันดัชนีหุ้นดาวโจนส์ โดยราคาหุ้นร่วงลง 25% หลังจากบริษัทออกมาเตือนว่ากำไรในไตรมาสที่ 2 จะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากความต้องการในธุรกิจซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานชะลอตัวลง

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ดีดตัวขึ้นหลังจากเผชิญแรงเทขายในการซื้อขายรอบก่อนหน้า โดยกองทุน VanEck Semiconductor ETF ปรับตัวสูงขึ้น 2.5% หุ้น Applied Materials และ Teradyne ต่างปรับตัวขึ้นกว่า 3% ส่วน Lam Research และ Micron Technology ปรับตัวขึ้นราว 5% และ STMicroelectronics ปรับตัวขึ้นกว่า 2%

นักลงทุนรอการรายดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพุธ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PPI เดือนมิถุนายนจะเพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบรายปี และคาดว่าดัชนี PPI พื้นฐาน (CorePPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบรายปี

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอถ้อยแถลงวันที่สองของเควิน วอร์ช ประธานเฟดต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยลดกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลงบ้าง อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูงได้จำกัดการปรับตัวขึ้นของดัชนี

ดัชนี STOXX 600 สามารถฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากที่ร่วงลงไปถึง 0.9% ในช่วงก่อนหน้านี้ของวัน

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 642.10 จุด เพิ่มขึ้น 1.09 จุด, +0.17%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,529.39 จุด เพิ่มขึ้น 31.10 จุด, +0.30%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,366.85 จุด เพิ่มขึ้น 2.20 จุด, +0.03%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,147.03 จุด เพิ่มขึ้น 32.78 จุด, +0.13%

นักเศรษฐศาสตร์จาก Commerzbank ระบุในบทวิเคราะห์ว่า โดยภาพรวมแล้ว ข้อมูลประจำเดือนมิถุนายนสะท้อนสถานการณ์เงินเฟ้อในทิศทางที่ค่อนข้างเป็นบวก แม้ไม่ควรด่วนสรุปหรือตีความรายงานเพียงฉบับเดียวมากจนเกินไปก็ตาม และมองว่าข้อมูลนี้ช่วยยืนยันการประเมินของเราที่ว่าอัตราเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว

ขณะนี้ บรรดาเทรดเดอร์ประเมินว่ามีโอกาสเพียงประมาณ 10% เท่านั้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ ซึ่งลดลงจาก 35% ก่อนที่จะมีการรายงานข้อมูล อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ตลาดจับตามอง

สำหรับยุโรป ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ชี้ว่าเทรดเดอร์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนกันยายน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคาร หลังจากสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ประกอบกับความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเส้นทางการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

หุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซของยุโรป เพิ่มขึ้น 1.3% ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวและสันทนาการ ลดลง 1.3%

สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยเสี่ยงล่าสุดที่บริษัทและนักลงทุนต้องนำมาพิจารณาควบคู่ไปกับการประเมินภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ในช่วงที่เหลือของปี หลังจากที่ไม่กี่สัปดาห์ก่อนดูเหมือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยุติลงแล้ว

BP ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน คาดการณ์ว่าราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น กิจกรรมการซื้อขายน้ำมันที่คึกคัก และส่วนต่างกำไรจากการกลั่นน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จะช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสที่สอง ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้น 2.3%

ด้านบริษัทซอฟต์แวร์อย่าง SAP และ Capgemini ราคาหุ้นลดลง 2.8% และ 1.6% ตามลำดับ ท่ามกลางภาวะซบเซาของกลุ่มธุรกิจซอฟต์แวร์ทั่วโลก หลังจากที่ IBM บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่ากระแสความนิยมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังส่งผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณด้านซอฟต์แวร์

หุ้นของ Ericsson ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติสวีเดนร่วงลง 12.6% หลังจากที่ยอดขายรายไตรมาสต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ประกอบกับบริษัทได้ออกมาเตือนถึงต้นทุนชิ้นส่วนประกอบที่ปรับตัวสูงขึ้น

ฤดูกาลรายงานผลประกอบการของสหรัฐฯ เข้าสู่ช่วงคึกคักในวันอังคาร โดยผลประกอบการของธนาคารขนาดใหญ่ต่างปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่สอง ด้านหุ้นกลุ่มธนาคารของยุโรป ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 0.8% ในขณะที่หุ้นกลุ่มบริการทางการเงิน เพิ่มขึ้น 1.2%

สำหรับฤดูกาลรายงานผลประกอบการในยุโรปก็จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้เช่นกัน โดย ASML ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจะเปิดเผยผลประกอบการของ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งจะช่วยบ่งชี้ถึงแนวโน้มความต้องการสินค้าที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์ หรือ 1.54% ปิดที่ 79.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1.43 ดอลลาร์ หรือ 1.72% ปิดที่ 84.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–