สงครามเดือด น้ำมันทะยาน บอนด์ยอลด์พุ่ง ถึงเวลาถือเงินสด!

HoonSmart.com>>บล.พาย แนะถือเงินสดเพิ่ม สะสม 10 หุ้น เลี่ยง DELTA ตะวันออกกลางปะทุรอบใหม่ สหรัฐฯ ปิดล้อมทางทะเลอิหร่าน ดันน้ำมันพุ่ง 9.6% กดดันหุ้นไทยเสี่ยงปรับฐาน

บล.พาย ระบุว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงินโลกกลับมาเผชิญความผันผวนอย่างหนัก หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยล่าสุดสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ขณะเดียวกันมีรายงานการโจมตีเกิดขึ้นในหลายจุดสำคัญ รวมถึงคูเวตและอิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความวิตกกังวลอย่างสูงต่อประเด็นอุปทานพลังงานขาดแคลน และเริ่มไม่มั่นใจต่อการเจรจาสันติภาพในอนาคตหลังจากความพยายามในรอบก่อนหน้าล้มเหลวลงด้วยการเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง

ความกังวลดังกล่าวส่งผลให้ราคาส่วนต่างน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดพุ่งขึ้นแรงถึง 9.6%ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้เผชิญแรงเทขาย โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) ปิดร่วงลง 138 จุด หรือ -0.26% อย่างไรก็ตาม หุ้นในกลุ่มการเงิน (Finance) ค้าปลีก (Retail Trade) และพลังงาน (Energy) ยังคงสามารถปรับตัวบวกสวนทิศทางตลาดหลักได้

แรงกดดันต่อสินทรัพย์ทางการเงินขยายวงกว้างขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ทั้งอายุ 2 ปี และ 10 ปี ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งปัจจัยนี้กลายเป็นตัวกดดันราคาสินทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นทองคำ ตลาดหุ้น หรือตราสารหนี้

ขณะที่จุดสนใจของตลาดในคืนนี้อยู่ที่การรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งตลาดคาดการณ์ (Consensus) ว่าจะอยู่ที่ 3.8% YoY

ทั้งนี้ ประเมินว่า แม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะออกมาต่ำกว่าคาดและช่วยหนุนตลาดหุ้นได้ แต่น่าจะเป็นเพียงผลบวกในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากนักลงทุนจะกลับมากังวลกับแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะถัดไปจากแรงหนุนของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) แม้ภาพใหญ่จะยังไร้ปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน แต่วานนี้ดัชนี SET ปิดบวกสวนตลาดต่างประเทศได้ที่ +0.4% อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางบานปลาย ตลาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะปรับตัวลงเนื่องจากระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ที่ค่อนข้างตึงตัว ประกอบกับแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติวานนี้ที่เข้ามาเพียงเล็กน้อยสุทธิ 147 ล้านบาท

ในเช้าวันนี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคอย่างดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เปิดลบไปแล้ว -0.55% ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ยังคงขยับขึ้นต่อเนื่อง จะกลายเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อทิศทางดัชนี SET ในวันนี้ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ 1,610 – 1,640 จุด

กลยุทธ์การลงทุน ตั้งรับด้วยเงินสด เลือกหุ้นรายตัว ภายใต้สถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง เน้นการ เพิ่มสัดส่วนการถือครองเงินสด เพื่อลดความเสี่ยง และเลือกจำกัดการลงทุนเฉพาะกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์หรือได้รับผลกระทบต่ำ

ส่วนหุ้นแนะนำระยะสั้นเลือกที่ พลังงาน PTTEP, PTT หุ้นอิงกับภายใน CPALL , CPN , HMPRO , BBL , KBANK , KTB กลุ่ม Defensive ADVANC , PR9 และอาจหลีกเลี่ยง DELTA กับ สายการบิน โรงไฟฟ้า

หุ้นแนะนำ

BBL: ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 213 บาท โดย ยังสามารถจ่ายเงินปันผลเท่ากับในปี 2025 ที่ 10 บาท เพราะมีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง

PR9: ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 20 บาท ราคาหุ้น Undervalued ปัจจุบันซื้อขายที่ 15.4x PE’26E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 18.2x PE’26E และมองกำไรยังโตได้ระดับ +5% ต่อปี