HoonSmart.com>> “กองทุนรวม” ครึ่งปีแรกปี 69 มูลค่าสินทรัพย์เติบโตแตะ 6.84 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7 แสนล้านบาท กว่า 5.79% จากสิ้นปี 68 อานิสงส์ธีม AI หนุนตลาดหุ้นทั่วโลก หุ้นในพอร์ตกองทุนเติบโต ดันมูลค่า “กองทุนหุ้น” พุ่ง 3 แสนล้านบาท โต 17.30% ขณะที่ “กองทุนตราสารหนี้” มูลค่าลดลงเล็กน้อย ด้านบลจ. “ทาลิส-ดาโอ-เอ็กซ์สปริง-เอไอเอ-แอสเซทพลัส” AUM เพิ้มขึ้นสูงสุด

ภาพรวม “อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย” ช่วงครึ่งปีแรกปี 2569 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) ทั้งสิ้น 6,839,997 ล้านบาท ซึ่งทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง มูลค่าเติบโต 374,105 ล้านบาท หรือ 5.79% จากสิ้นปี 2568 มีมูลค่า 6,465,892 ล้านบาท จากจำนวนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.)ทั้งหมด 23 แห่ง ณ 30 มิ.ย.2569 (ข้อมูลสมาคมบริษัทจัดการลงทุน : AIMC) และมีจำนวนกองทุน 3,531 กองทุน เพิ่มขึ้น 105 กองทุนจากสิ้นปีที่ผ่านมา
กองทุนตราสารหนี้ ซึ่งมีขนาดใหญ่สุดในอุตสาหกรรม มูลค่าลดลงอยู่ที่ 3,194,915 ล้านบาท มีสัดส่วน 46.71% เมื่อเทียบกองทุนรวมทั้งระบบ และมีมูลค่าลดลงเล็กน้อย 7,365 ล้านบาท หรือ -0.23% จากสิ้นปี 2568 มีมูลค่า 3,202,281 ล้านบาท โดยกองทุนรวมตลาดเงิน (มันนี่ มาร์เก็ต) ยังคงเติบโต 53,445 ล้านบาท หรือ 13.67% มูลค่าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 444,334 ล้านบาท
กองทุนตราสารทุน ขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง มูลค่าทะลุ 2 ล้านล้านบาท มาแตะที่ 2,090,237 ล้านบาท มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 30.56% เมื่อเทียบทั้งระบบ มูลค่า AUM เพิ่มขึ้นสูงถึง 308,279 ล้านบาท หรือ 17.30% จากสิ้นปีที่ผ่านมา
กองทุนรวมผสม มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิเติบโตแตะ 542,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45,005 ล้านบาท หรือ 9.04% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 497,665 ล้านบาท
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 340,745 ล้านบาท ลดลง 4,883 ล้านบาท หรือ -1.41% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 322,031 ล้านบาท
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มีมูลค่าที่ 323,298 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,267,443 ล้านบาท หรือ 0.39% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 322,031 ล้านบาท
ลงทุนนอกโต “กองทุนต่างประเทศ” มูลค่าแตะ 1.5 ล้านล้าน
หากแยกรายประเภทกองทุนในปี 2569 กองทุนรวมเพื่อไปลงทุนต่างประเทศ (FIF) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง AUM แตะ 1,513,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46,473 ล้านบาท หรือ 3.17% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,467,433 ล้านบาท
ด้านกลุ่มกองทุนลดหย่อนภาษี กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มี AUM ทะลุ 5 แสนล้านบาท ขึ้นมาแตะ 531,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37,234 ล้านบาท หรือ 7.53% จากสิ้นปีก่อนหน้าอยู่ที่ 494,290 ล้านบาท
กองทุนรวมไทยยั่งยืน (ThaiESG)มีมูลค่า AUM ทะลุ 1 แสนล้านบาท ขึ้นมาแตะ 109,083 ล้านบาท เติบโต 15,138 ล้านบาท หรือ 16.11% จากสิ้นปีก่อน
กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF) มีมูลค่าอยู่ที่ 99,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27,660 ล้านบาท หรือ 38.38% จากปีก่อนหน้า
5 บลจ. “ทาลิส-ดาโอ-เอ็กซ์สปริง-เอไอเอ-แอสเซทพลัส” โตสูงสุด
ด้านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ส่วนใหญ่มีการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยมีเพียง 4 บลจ. ที่มูลค่าลดลงจากจำนวนทั้งหมด 23 บลจ. โดยอัตราการเติบโตของ AUM สูงสุดส่วนใหญ่เป็นบลจ.ขนาดเล็ก (ยกเว้นบลจ.เอไอเอ ที่กองทุนรวมรองรับลูกค้าประกันในกลุ่ม)
5 บลจ.ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด ได้แก่ บลจ.ทาลิส AUM เติบโต 93.73% หรือมูลค่า 17,554 ล้านบาท ส่งผลให้ AUM เพิ่มขึ้นแตะ 36,283 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 18,729 ล้านบาท โดยมีการออกกองทุนใหม่มากถึง 21 กองทุน จึงมีกองทุนทั้งสิ้น 85 กองทุน
อันดับสอง บลจ.ดาโอ (ประเทศไทย) เติบโต 61.39% หรือ 11,281 ล้านบาท มีมูลค่า AUM เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 29,656 ล้านบาท จาก 18,375 ล้านบาท ในสิ้นปีที่๋ผ่านมา มีจำนวนกองทุนเพิ่มขึ้น 16 กองทุน ส่งผลให้ปัจจุบันมีกองทุน 67 กองทุน
อันดับสาม บลจ.เอ็กซ์สปริง เติบโต 37.45% หรือ 869 ล้านบาท มูลค่า AUM อยู่ที่ 3,190 ล้านบาท จาก 2,321 ล้านบาทในสิ้นปีก่อน มีจำนวนกองทุนเพิ่มขึ้น 3 กองทุน
อันดับสี่ บลจ.เอไอเอ เติบโต 20.70% หรือ 17,369 ล้านบาท มูลค่าแตะ 101,262 ล้านบาท จาก 83,893 ล้านบาทในสิ้นปีก่อน ไม่มีกองทุนออกใหม่
อันดับห้า บลจ.แอสเซท พลัส เติบโต 17.97% หรือ 5,288 ล้านบาท มูลค่าแตะ 34,707 ล้านบาท จาก 29,419 ล้านบาทในสิ้นปีก่อน มีจำนวนกองทุนเพิ่มขึ้น 9 กองทุน
4 บลจ. AUM ลดลง “เฟิร์ส พลัส” ร่วง 28%
ขณะที่บลจ.ที่มีอัตราการเติบโตลดลงมีเพียง 4 บลจ. ได้แก่
อันดับแรก บลจ.เฟิร์ส พลัส (ประเทศไทย) มูลค่าลดลง 28.37% หรือ 545 ล้านบาท AUM ลดเหลือ 1,377 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 1,922 ล้านบาท และมีจำนวนกองทุนเพิ่มขึ้น 5 กองทุน
อันดับสอง บลจ.ฟิลลิป มูลค่าลดลง 5.69% หรือ 79 ล้านบาท AUM ลดเหลือ 1,315 ล้านบาท จาก 1,395 ล้านบาท ในสิ้นปีก่อน โดยไม่มีกองทุนออกใหม่
อันดับสาม บลจ.อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) มูลค่าลดลง 5.25% หรือ 877 ล้านบาท AUM ลดเหลือ 15,851 ล้านบาท จาก 16,728 ล้านบาท ในสิ้นปีก่อน จำนวนกองทุนลดลง 3 กองทุน
อันดับสี่ บลจ.พรินซิเพิล มูลค่าลดลง 1.66% AUM อยู่่ที่ 84,998 ล้านบาท จาก 86,437 ล้านบาท ในสิ้นปีก่อน มีจำนวนกองทุนเพิ่มขึ้น
“บลจ.กสิกรไทย” เบอร์หนึ่งอุตสาหกรรม AUM แตะ 1.5 ล้านล้าน
ด้านบลจ.กสิกรไทย ยังครองส่วนแบ่งการตลาดกองทุนรวมได้อย่างเหนียวแน่น AUM เติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกองทุนกลุ่ม WealthPLUS Series กองทุนผสมจัดพอร์ตลงทุนกระจายทั่วโลกตามระดับความเสี่ยง ที่เป็นเรือธงบุกตลาดในช่วงปีนี้
5 บลจ.ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดได้แก่
ด้านบลจ.กสิกรไทย ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 22.44% ด้วยมูลค่า 1,534,823 ล้านบาท เติบโต 71,622 ล้านบาท หรือ 4.89% จากสิ้นปีที่ผ่านมาและมีจำนวนกองทุนลดลง 6 กองทุน
ส่วนอันดับสอง บลจ.ไทยพาณิชย์ ส่วนแบ่งการตลาด 16.87% มี AUM 1,153,878 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26,663 ล้านบาท หรือ 2.37% จำนวนกองทุนลดลง 1 กองทุน
อันดับสาม บลจ.กรุงไทย ส่วนแบ่งการตลาด 12.58% มี AUM 860,330, ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63,660 ล้านบาท หรือ 7.99% จำนวนกองทุนเพิ่มขึ้น 8 กองทุน
อันดับสี่ บลจ.บัวหลวง ส่วนแบ่งการตลาด 11.25% มี AUM 769,772 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,318 ล้านบาท หรือ 2.71% กองทุนลดลง 1 กองทุน
อันดับห้า บลจ.กรุงศรี ส่วนแบ่งการตลาด 8.10% มี AUM 553,963 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,266 ล้านบาท หรือ 0.59% จำนวนกองทุนเพิ่มขึ้น 12 กองทุน

ธีม AI หนุนตลาดหุ้นทั่วโลก “เกาหลีใต้” พุ่งแรง 101%
ภาพรวมการเติบโตของกองทุนรวมส่วนหนึ่งมาจากตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในครึ่งปีแรก จากกระแสธีม AI ที่บลจ.ต่างมองเป็นเมกะเทรนด์ยังเติบโตต่อเนื่อง บลจ.ต่างออกกองทุนใหม่ เพิ่มทางเลือกการลงทุนหนุนมูลค่าหุ้นที่ถือครองของกองทุนเพิ่มขึ้น
ข้อมูลบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ อ้างอิง Bloomberg ผลตอบแทนจากราคา YTD สิ้นสุด 30 มิ.ย.2569 ในช่วงครึ่งปีแรกตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOREA) ผลตอบแทนสูงสุด +101.14% ตลาดหุ้นไทย (SET) +26.32% ดัชนี MSCI ASIA xJP +25.17% น้ำมัน +21.04% ตลาดหุ้นญี่ปุ่น (TOPIX) +17.18% เป็นต้น
———————————————————————————————————————————————————–

