HoonSmart.com>>จังหวะที่ตลาดทุนไทยยังไร้ทิศทางชัดเจน ข้อมูลล่าสุดจากฐานข้อมูล SETSMART เผยให้เห็นลายแทงการลงทุนเชิงรับที่ทรงประสิทธิภาพ ผ่านรายชื่อ 32 หุ้นในตลาด mai ที่ซื้อขายบน P/E ต่ำกว่า 5-10 เท่า แต่กลับแจกอัตราปันผลตั้งแต่ 5%-12%
ท่ามกลางสภาวะตลาดทุนที่เต็มไปด้วยความผันผวนและนักลงทุนต่างมองหาหลุมหลบภัยที่ปลอดภัยสำหรับการสร้างผลตอบแทนระยะยาว
หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในตลาดเอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีลักษณะ “ราคาต่ำแต่ปันผลสูง” น่าสนใจสำหรับนักลงทุนประเภทเน้นคุณค่า
ข้อมูลล่าสุดจาก mai FORUM 2026 ใช้ฐานข้อมูล SETSMART ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2026 เผยให้เห็นกลยุทธ์การคัดกรองหุ้นแบบเน้น ๆ เพื่อการสะสมระยะยาว โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทที่มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำระหว่าง 5 ถึง 10 เท่า แต่กลับสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) รอบ 12 เดือนล่าสุดได้สูงกว่า 5% ซึ่งเป็นระดับที่ช่วยลดความเสี่ยงขาลงและสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ
เมื่อเจาะลึกไปในกลุ่มหุ้นที่มีมูลค่าถูก หรือกลุ่มที่มีระดับ P/E ต่ำกว่า 5 เท่า พบว่าหุ้น APO ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (AGRO) ขึ้นแท่นเป็นผู้นำอย่างโดดเด่นด้วยอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงถึง 10.78% ตามมาด้วยหุ้นในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (INDUS) อย่าง TATG ที่ให้อัตราปันผล 7.07% ขณะที่หุ้นในกลุ่มบริการอย่าง AKP และหุ้นอุตสาหกรรมอย่าง TMW ก็เร่งสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นในระดับ 6.30% และ 6.07% ตามลำดับ
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าราคาหุ้นในกระดานปัจจุบันอาจยังต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานที่แท้จริงอย่างมีนัยสำคัญ
ในขณะเดียวกัน กลุ่มหุ้นที่มีระดับ P/E ต่ำกว่า 10 เท่า ก็น่าจะสร้างแรงดึงดูดใจให้นักลงทุนไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกระแสการจ่ายปันผลที่แข็งแกร่งของกลุ่มเทคโนโลยี (TECH) นำโดย NETBAY ที่สร้างสถิติมอบอัตราเงินปันผลสูงที่สุดในกระดานถึง 12.00% ตามมาติด ๆ ด้วย READY ที่ระดับ 10.14%
ในขณะที่หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (PROPCON) อย่าง FLOYD ก็สามารถแตะระดับเลขสองหลักที่ 10.00% ได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและบริการรายอื่น ๆ เช่น VCOM ที่ให้ผลตอบแทน 9.59%, ITNS ที่ 9.54%, MPJ ที่ 9.50% และยักษ์ใหญ่ด้านอีบุ๊กอย่าง MEB ที่มอบผลตอบแทนสูงถึง 9.40%
ตอกย้ำภาพชัดเจนว่า บริษัทขนาดกลางและเล็กของไทยในยุคนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องสตอรี่การเติบโตเท่านั้น แต่ยังมีขีดความสามารถในการทำกำไรและบริหารกระแสเงินสดได้อย่างยอดเยี่ยมจนสามารถแบ่งปันผลประโยชน์กลับคืนสู่ผู้ถือหุ้นได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
รวมถึง หุ้นบริการบำบัดน้ำ UBA ที่ 8.84% หุ้นเครื่องจักรอุตสาหกรรม GTB ที่ 8.70% หรือหุ้นโลจิสติกส์เรือขนส่ง AMA ที่ 7.81% รวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและบริการเพื่อความปลอดภัยอย่าง SECURE และ FSMART ที่ยังคงรักษาการจ่ายปันผลในระดับเหนียวแน่น
นับเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการสร้างพอร์ตโฟลิโอที่ทนทานต่อแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ เนื่องจากหุ้นเหล่านี้ซื้อขายบนกรอบราคาที่ค่อนข้างปลอดภัย (Margin of Safety) และมีกระแสเงินสดรองรับ
รายชื่อหุ้นปันผลสูงเหล่านี้ น่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสะสมสินทรัพย์เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาวอย่างแท้จริง
โดย Growth Writer
