บล.บัวหลวง ให้น้ำหนักกลุ่มโรงไฟฟ้า”มากกว่าตลาด” ชี้เป้า 3 หุ้นเด่นรับ PDP2569

HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง คงน้ำหนักกลุ่มโรงไฟฟ้า “มากกว่าตลาด” มองรอบการลงทุนภายใต้ PDP2569 จะทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้ามากขึ้น ชี้เป้า 3 หุ้นเด่นรับอานิสงส์

บล.บัวหลวง ยังคงน้ำหนัก “มากกว่าตลาด” สำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยมองว่ารอบการลงทุนภายใต้ PDP2569 จะทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้ามากขึ้น

GULF เป็นหุ้นเด่นสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่และธุรกิจ Data Center โดยตั้งเป้ากำลังผลิตพลังงานหมุนเวียน 9GW ภายในปี 2576 และมีฐานะการเงินรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ได้

GUNKUL ได้ประโยชน์มากที่สุดในเชิง Operating Leverage เพราะมีทั้งธุรกิจพัฒนาโครงการ งาน EPC และจำหน่ายอุปกรณ์ ทำให้รับประโยชน์ตลอดห่วงโซ่การลงทุน อีกทั้งยังชนะงานสายส่ง 500kV มูลค่า 675 ล้านบาท และมี Pipeline งาน EPC มากกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท

WHAUP เป็นหุ้นฟื้นตัวจากการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าและสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงมีโอกาสต่อยอดโครงการ Solar Rooftop และ Private PPA ภายในฐานลูกค้าเดิม

ขณะที่การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) ยังเป็นอีกธีมสำคัญที่ตลาดให้น้ำหนักไม่มากนัก แต่จะเป็นปัจจัยรองรับการขยายตัวของทั้งพลังงานหมุนเวียนและ Data Center ในระยะยาว

บล.บัวหลวง ระบุว่า จากการรวบรวมข้อมูลแผนงานและเป้าหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อุตสาหกรรมพลังงานของประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP2569 กำลังเดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในปลายปี 2569 นี้

ในมุมการลงทุน ถือว่าเป็นพิมพ์เขียวการลงทุนที่จะกำหนดทิศทางเม็ดเงินมหาศาลในอีก 25 ปีข้างหน้า ครอบคลุมตั้งแต่โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ระบบสายส่งอัจฉริยะ (Smart Grid) ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ไปจนถึงการเปิดเสรีตลาดซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ที่กลุ่มบิ๊กเทคระดับโลกกำลังต้องการเพื่อรองรับ Data Center

​ทั้งนี้ ตามแผน PDP2569 กระทรวงพลังงาน ตั้งเป้าให้ พลังงานสะอาดคิดเป็นอย่างน้อย 60% ของกำลังการผลิตภายในปี 2603 พร้อมเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 68% ของการผลิตไฟฟ้าปี 2578 และ 74% ในปี 2583 รวมถึงยุติการใช้ถ่านหินภายในปี 2603 นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายโครงการ Direct PPA จากโครงการนำร่อง 2GW รองรับ Data Center ที่แสดงความสนใจลงทุนกว่า 30GW และเพิ่มโควตารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคครัวเรือนจาก 90MW เป็น 500+500MW

ขณะที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (EPPO) มีแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานภายใต้แนวคิด 4D1E ได้แก่ Decarbonization, Decentralization, Deregulation, Digitalization และ Electrification พร้อมปรับมาตรฐานความมั่นคงระบบไฟฟ้าจาก Reserve Margin มาเป็น LOLE (Loss of Load Expectation) รวมทั้งศึกษาการนำ SMR, Grid-scale BESS, Hydrogen Co-firing และ CCUS/CCS มาใช้ เพื่อรองรับระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงขึ้นในอนาคต

ด้าน EGAT กำลังลงทุนระบบโครงข่ายและ AI เพื่อบริหารการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน พร้อมเพิ่มกำลังส่งเข้าสู่ EEC แล้ว 550MW รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายไฟฟ้าสีเขียว (UGT) และระบบ Virtual Power Plant เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ขณะที่สภาอุตสาหกรรมฯ และสมาคม RE100 เสนอให้เร่งเปิด Direct PPA และ Third Party Access (TPA) เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถซื้อไฟฟ้าสะอาดได้โดยตรง รองรับความต้องการของบริษัทข้ามชาติที่ตั้งเป้า RE100 และ Carbon Neutral ภายในปี 2573-2578 โดยพลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงต้นทุน แต่เป็น ข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ของภาคอุตสาหกรรมไทย ปัจจุบันยังมีสัดส่วนน้อยเพียง 17% ในปี 2568 ต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

ด้าน BGRIM มองว่า Smart Grid จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยปัจจุบันมีโครงข่าย Smart Microgrid ใน 11 นิคมอุตสาหกรรม รองรับกำลังผลิตรวมกว่า 3GW พร้อมเสนอให้เร่งลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า สนับสนุนระบบ Distributed Energy และความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อรองรับการเติบโตของพลังงานสะอาดในระยะยาว

สรุปตัวเลขพลังงานสะอาดภายใต้ PDP2569

ปี 2578 สัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนต้องแตะ 68%

​ปี 2583 ขยับขึ้นไปอยู่ที่ 74%

ปี 2603 พลังงานสะอาดต้องเป็นอย่างน้อย 60% ของกำลังการผลิตทั้งหมด และต้อง “ยุติการใช้ถ่านหิน” โดยสิ้นเชิง

เปิดเสรีสัญญาระยะยาว (Direct PPA): เตรียมขยายโครงการนำร่องจาก 2GW เพื่อรองรับดีมานด์จากกลุ่ม Data Center ข้ามชาติที่แสดงความสนใจลงทุนในไทยแล้วกว่า 30GW

​โซลาร์ภาคประชาชน เพิ่มโควตารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคครัวเรือนขึ้นแบบก้าวกระโดดจาก 90MW เป็น 500 + 500MW

หมายเหตุ

นักลงทุนมักโฟกัสไปที่ตัวโรงไฟฟ้าแสงแดดหรือลม แต่มองข้ามโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่าง “การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Grid Modernization)” ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุดที่จะขาดไม่ได้ในการรองรับทั้งพลังงานหมุนเวียนและ Data Center ในระยะยาว ดังนั้น หุ้นกลุ่มรับเหมาสายส่ง ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และ AI บริหารโครงข่าย จึงเป็นอีกหนึ่งธีมซ่อนเร้น (Under-owned theme) ที่ยังมีอัพไซด์และน่าสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว 2-3 ปีข้างหน้า