HoonSmart.com>>การส่งออกไทยเดือน พ.ค. 2569 ขยายตัว 10.6% YoY ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ตามการลดลงของสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อิงกระแส AI -Data Center ด้านทองคำยังหนุน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดครึ่งหลังของปีแผ่ว แต่ยืนเป้าปี 2569 โต 8.2%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า การส่งออกไทยในเดือน พ.ค. 2569 ขยายตัว 10.6% YoY ชะลอลงจากเดือนก่อน สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนการส่งออกยังกระจุกตัวอยู่ในสินค้าเพียงบางกลุ่ม โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่สินค้ากลุ่มอื่นๆ เริ่มชะลอลงหลังการเร่งส่งออก (Frontloading) เริ่มทยอยหมดลง
สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับ AI และ Data Center: ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่เริ่มไม่เพียงพอที่จะชดเชยการชะลอตัวของสินค้ากลุ่มอื่น แม้การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จะชะลอลงมาอยู่ที่ 32.5% YoY แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกไทย (Contribution to export growth 7.4%) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกระแสการลงทุนด้าน AI และ Data Center ของโลก ผ่านการส่งออกชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ (รวม HDD) และอุปกรณ์สื่อสาร ประกอบกับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ยังได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ
สินค้ากลุ่มอื่นนอกเหนือจากอิเล็กทรอนิกส์เห็นสัญญาณชะลอตัวชัดเจน: การส่งออกเริ่มสะท้อนผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ มากขึ้น โดยสินค้าในกลุ่มที่ถูกสหรัฐฯ จัดเก็บภาษีนำเข้า มีการส่งออกไปสหรัฐฯ ลดลงจากปีก่อนหน้า อาทิ เครื่องปรับอากาศ ยางล้อ และอาหารทะเลแปรรูป หลังมีการเร่งส่งออกไปในช่วงก่อนหน้า ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรกลับมาหดตัว แม้การส่งออกผลไม้ไปจีนยังขยายตัวได้ แต่ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการหดตัวของสินค้าเกษตรชนิดอื่น โดยเฉพาะการส่งออกข้าวที่ยังเผชิญการแข่งขันและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
ทองคำเป็นแรงหนุนชั่วคราวมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน: การส่งออกทองคำเร่งตัวขึ้น 55.8% YoY (Contribution to export growth 1.6%) จากทั้งราคาทองคำที่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และปริมาณการส่งออกที่กลับมาฟื้นตัวหลังหดตัวต่อเนื่องเป็นเวลาสามเดือน อย่างไรก็ดี แรงหนุนจากทองคำมีลักษณะเป็นปัจจัยชั่วคราวและมีความผันผวนค่อนข้างมาก
แนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 คาดชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การส่งออกไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ และยังคงประมาณการทั้งปีขยายตัวที่ 8.2% หลังจากในช่วง 5 เดือนแรกของปี ส่งออกขยายตัวสูงถึง 17.0% YoY โดยแรงขับเคลื่อนมาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวเนื่องกับ AI และ Data Center ซึ่งในช่วงที่เหลือของปี ปัจจัยเหล่านี้ยังสามารถพยุงภาพรวมได้ แต่มีแนวโน้มไม่เพียงพอที่จะชดเชยการชะลอตัวของสินค้ากลุ่มอื่น นอกจากนี้ยังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ได้แก่:
การชะลอลงของอุปสงค์โลกจากค่าครองชีพและต้นทุนการขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง
การทยอยลดลงของการเร่งส่งออกก่อนจะมีมาตรการภาษีออกมาเพิ่มเติม (Frontloading)
ความไม่แน่นอนของมาตรการการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากมาตรา 301 ที่อาจถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 12.5% จากประเด็นแรงงานบังคับ และมาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ ที่อาจทยอยออกมาในระยะข้างหน้า
ประเด็นสำคัญ: การเติบโตของการส่งออกไทยที่พึ่งพาสินค้าเทคโนโลยีมาก อาจส่งผลให้ภาคส่งออกมีความเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะหากวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ของโลกเริ่มชะลอลง
จับตาดุลบัญชีเดินสะพัดเสี่ยงอ่อนแอจากยอดนำเข้า
แนวโน้มการนำเข้าที่เร่งตัวสูงกว่าการส่งออก อาจส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดอ่อนแอกว่าที่ประเมินไว้ แม้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าการนำเข้าจะมีแนวโน้มชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จากราคาพลังงานที่ลดลงหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลาย และการนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มชะลอตามการส่งออก
อย่างไรก็ตาม การนำเข้าในช่วง 5 เดือนแรกของปีขยายตัวสูงถึง 35.6% YoY และหากการลงทุนด้าน AI และ Data Center ในประเทศยังดำเนินต่อเนื่องจนทำให้การนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยังเร่งตัว หรือหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงจนราคาพลังงานปรับสูงขึ้นอีกครั้ง ก็อาจส่งผลให้การนำเข้าขยายตัวสูงกว่าที่ประมาณการ และทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดอ่อนแอกว่าที่ประเมินไว้
