HoonSmart.com >>เทรด DR ยังไงไม่ให้หลงทิศ? เจาะลึกปมคาใจเรื่อง ‘ต้นทุนแฝง-สภาพคล่อง’ พร้อมกาง ‘สูตรลับเวลาเทรด’ ส่งตรงจาก Market Maker เพื่อช่วยล็อกราคาที่ใช่ ไร้กังวลเรื่องราคาลอย!
ในยุคที่การลงทุนไร้พรมแดน ตลาดหุ้นไทยขาดแคลนหุ้นแห่งอนาคต DR (Depositary Receipt) ช่วยให้เป็นเจ้าของหุ้นเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Nvidia, Tesla หรือยักษ์ใหญ่เอเชียอย่าง Alibaba ได้ง่ายๆ ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ จากบริษัทหลักทรัพย์ที่อยู่ในไทย
จากการมีโอกาสฟังเรื่องเจาะลึก DR กับ บล.บัวหลวง ผู้ออก DR รายแรกและผู้เล่นรายใหญ่ในไทย ได้”ไทม์ไลน์ชี้เป้า” ช่วงเวลาซื้อ DR แต่ละประเทศที่ปลอดภัยที่สุด มั่นใจว่าเงินทุกบาทที่กดส่งคำสั่งไป จะแมตช์ได้ราคาที่ยุติธรรม และทำให้เห็นว่า ทำไมราคา “DR กับหุ้นนแม่ถึงเหลื่อมกัน” แล้ว “การซื้อหุ้นต่างประเทศโดยตรงกับซื้อผ่าน DR”มีข้อดีต่างกันอย่างไร
พร้อมแล้วมาเจาะลึกกลไกเบื้องหลังไปพร้อมกันเลย!
1. ซื้อหุ้นนอกตรง กับ ซื้อผ่าน DR ต้นทุนต่างกันไหม? (เรื่องค่าเงิน FX และค่าคอมฯ)
คำตอบสั้นๆ สุดท้ายแล้ว “แทบไม่ต่างกัน” ถ้าไปซื้อตรงเอง ต้องเอาเงินบาทไปแลกเป็นดอลลาร์ (USD) เพื่อโอนไปซื้อหุ้น ต้องเสียส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน (FX) เองในฐานะรายย่อย และต้องเสียค่าคอมมิชชั่นให้โบรกเกอร์ต่างประเทศตามเรทรายย่อย
ถ้าซื้อผ่าน DR แน่นอนว่าฝั่งสถาบัน (เช่น บล. บัวหลวง) ก็ต้องนำเงินไปแลกเป็น USD เพื่อซื้อหุ้นแม่ (เช่น Nvidia) มาค้ำประกันเป็น Asset ของ DR เหมือนกัน แต่เนื่องจากสถาบันทีขนาดใหญ่ จึงได้ดีลอัตราแลกเปลี่ยนและค่าคอมฯ จากต่างประเทศที่ “ถูกกว่ารายย่อยมากๆ”
ผลประโยชน์ตกที่นักลงทุนยังไง?
ต้นทุนที่ถูกกว่าของสถาบันนี้ จะถูกคำนวณและสะท้อนเข้าไปในราคาเสนอซื้อ-เสนอขาย (Bid-Offer) บนกระดานไทยเรียบร้อยแล้ว
เมื่อหักลบกลบหนี้กันแล้ว การที่ซื้อ DR ในไทย จึงมีต้นทุนทางอ้อมที่ใกล้เคียงกับการบินไปซื้อเอง โดยที่จ่ายแค่ค่าคอมมิชชั่นตามปกติให้โบรกเกอร์ในไทยที่ใช้อยู่เท่านั้น
2. ทำไมวันนี้หุ้นแม่บวก 10% แต่ DR ในไทย บวกไม่เท่ากัน (แฉลบขึ้นแฉลบลง)?
คำตอบสั้นๆ เกิดจาก “เวลาทำการของตลาด (Window)” และ “ราคาปิดรอบก่อน” ที่ไม่เท่ากัน
เรื่องของราคาปิด (Session) เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง (% Change) ที่เห็นบนหน้าจอ มันคำนวณมาจาก “ราคาปิดของวันก่อนหน้า”
สมมุติตัวอย่างให้เห็นภาพ บางทีช่วงท้ายตลาดไทย (เช่น 16:30 น.) ตลาดอาจจะเงียบๆ ไม่มีคนซื้อขาย ราคาปิด DR ในไทยเลยจมอยู่ข้างล่าง (ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น) พอคืนนั้นหุ้นแม่อเมริกาเปิดตลาดมาแล้วพุ่งขึ้น 10% วันรุ่งขึ้นพอตลาดไทยเปิดมา DR ของเราอาจจะดีดขึ้นไปบวกถึง 12% ก็ได้ เพราะมันต้องชดเชยราคาปิดของไทยเมื่อวานที่ต่ำเกินไป
ข้อแนะนำจาก บล.บัวหลวง ไม่ต้องไปยึดติดกับตัวเลข % Change สีเขียวสีแดงบนหน้าจอว่าต้องบวกเท่ากันเป๊ะๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ให้ดูราคา ณ ปัจจุบัน (Live) ในช่อง Bid-Offer บนกระดาน ว่าราคานั้นมันแมตช์และวิ่งล้อไปกับราคาหุ้นแม่ที่อเมริกาในตอนนั้นหรือเปล่า (In line กันไหม) ซึ่งปกติมันจะซิงค์กันตลอด
3. ตลาดหุ้นไทยปิดแล้ว แต่ตลาดนอกยังเปิดอยู่ ราคาจะเคลื่อนไหวอย่างไร?
คำตอบสั้นๆ อาจเกิดภาวะ “ราคาเหลื่อมล้ำ” หรือราคาในไทยปิดไม่ตรงกับเมืองนอกชั่วคราว เพราะเวลาเปิด-ปิดเหลื่อมกันครับ
ยกตัวอย่างกรณีหุ้นฮ่องกงให้เห็นภาพชัดๆ ตลาดฮ่องกงปิด 15:00 น. (เวลาไทย) สมมุติหุ้นแม่ปิดที่ 5 เหรียญ ราคา DR ไทยตอนบ่ายสามก็ควรจะอยู่ที่ 5 บาท (สมมุติว่า 1 เหรียญ = 1 บาท)
แต่ตลาดหุ้นไทยเปิดลากยาวไปจนถึง 16:30 น. ในช่วงชั่วโมงครึ่งที่ฮ่องกงปิดไปแล้วนี้ หากมีนักลงทุนไทยเกิดความต้องการสูง ไล่ซื้อ DR กันเองอย่างคึกคัก ราคา DR ในไทยอาจจะปิดโดดไปที่ 6 บาท ทั้งๆ ที่หุ้นแม่ฮ่องกงปิดไปแล้วที่ 5 เหรียญ
ฝั่ง Market Maker ทำอะไรได้บ้าง?
ในช่วงเวลาที่ตลาดต่างประเทศปิดทำการไปแล้ว ไม่สามารถข้ามไปซื้อหุ้นแม่เพิ่มเพื่อมาคุมราคาได้ ราคาปิดของ DR ในช่วงนั้นจึงปล่อยให้เป็นไปตามแรงซื้อแรงขาย (Demand & Supply) ของนักลงทุนไทยเพียวๆ
อย่างไรก็ตาม วันรุ่งขึ้นเมื่อตลาดเปิด ราคา DR ก็จะกลับมาสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นแม่อยู่ดี จึงเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะบอกเป็นเปอร์เซ็นต์กรอบที่แน่นอน (บวก-ลบ กี่ %) ว่าราคามันจะห่างกันเท่าไหร่ เพราะมันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของตลาดในแต่ละวัน
4. สรุปแล้ว DR มี “สภาพคล่อง” พอไหม? ถ้าอยากซื้อช่องละเป็นล้านๆ ทำได้ไหม?
คำตอบสั้นๆ สภาพคล่อง “ไร้ขีดจำกัด” ตามหุ้นแม่ที่เมืองนอกครับ ไม่ต้องกังวลเลย
บางท่านอาจตั้งปริมาณ Bid-Offer ในกระดานไทยไว้ช่องละหลักหมื่นหรือหลักแสนหน่วย ดูเหมือนน้อย แต่ในความเป็นจริง หากมีนักลงทุนรายใหญ่ต้องการเคาะซื้อหรือขายตูมเดียว มูลค่า 100 ล้านบาท ก็สามารถทำได้ทันที!
เหตุผลเพราะสภาพคล่องของ DR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วอลุ่มในไทย แต่อิงสภาพคล่องมาจาก”ตลาดต่างประเทศต้นทาง”ซึ่งหุ้นระดับโลกพวกนี้มีการซื้อขายกันวันละเป็นหมื่นล้านแสนล้านบาทอยู่แล้ว ฝั่ง Market Maker พร้อมที่จะจัดหาและเติมโควตาหุ้นให้ได้ตลอดเวลา
สิ่งเดียวที่อยากให้นักลงทุนโฟกัสคือ”ราคา Real-time บนหน้าจอตอนจะกดส่งคำสั่ง ว่าตรงกับราคาหุ้นแม่ในเวลานั้นหรือไม่ ส่วนเรื่อง % เติบโตระหว่างวัน หรือสภาพคล่อง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ในกลไกของ Market Maker
ซื้อขาย DR ตอนไหนปลอดภัยที่สุด?
หลักการจำง่ายๆ คือ “ควรซื้อขาย DR เฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นต่างประเทศ (หุ้นแม่) เปิดทำการเท่านั้น”
เหตุผลเพราะมี “Market Maker” (ผู้ดูแลสภาพคล่อง) คอยดูแลราคา ในช่วงที่ตลาดหุ้นแม่เปิด ผู้ดูแลสภาพคล่องจะสามารถไปซื้อหุ้นแม่จริงๆ มาออกเป็นหลักทรัพย์ DR หรือควบคุมปริมาณเสนอซื้อ-เสนอขาย (Bid-Offer) ในไทยได้อย่างเหมาะสม ทำให้นักลงทุนได้ DR ใน”ราคาที่ถูกต้องและสะท้อนความเป็นจริง” และมีปริมาณที่เพียงพอ
หลีกเลี่ยงภาวะ “ราคาลอย” หากไปเทรดตอนที่ตลาดหุ้นแม่ปิดไปแล้ว ผู้ดูแลสภาพคล่องจะไม่สามารถไปซื้อหุ้นแม่มาเติมได้ ราคา DR ในไทยจะถูกกำหนดด้วยอารมณ์และ Demand/Supply ของรายย่อยในประเทศกันเองล้วนๆ (เหมือนเข้าบ่อน) ซึ่งอาจทำให้ราคาพุ่งสูงเกินจริง (ราคาลอย) หรือดิ่งลงผิดปกติได้
ดังนั้น ถ้านอกเหนือจากเวลาที่แนะนำ “เลี่ยงได้ควรเลี่ยง” ดีกว่า
ช่วงเวลาที่เหมาะสม (ตามเวลาประเทศไทย)
เวลาที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามประเทศของ DR
1. DR ที่อิงกับหุ้นฮ่องกง (เช่น Alibaba)
ช่วงเวลาที่ควรเทรด
10:00 – 11:00 น.
12:00 – 15:00 น.
เหตุผล เป็นช่วงที่ตลาดหุ้นฮ่องกงและตลาดหุ้นไทยเปิดทำการทับซ้อนกันพอดี ผู้ดูแลสภาพคล่องทำงานได้เต็มที่ หากไปเทรดหลัง 15:00 น. ซึ่งหุ้นแม่ปิดไปแล้ว จะเสี่ยงเจอกับภาวะ”ราคาลอย”จากแรงไล่ซื้อของรายย่อย
2. DR ที่อิงกับหุ้นสหรัฐฯ รายตัว (เช่น Nvidia, Tesla)
ช่วงเวลาที่ควรเทรด
กลางคืน (19:00 – 03:00 น.) ช่วงที่ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เปิดทำการปกติ
กลางวันไทย (10:00 – 16:30 น.) สามารถเทรดได้เช่นกัน!
เหตุผล สำหรับช่วงกลางวันของไทย แม้ตลาดหลักสหรัฐฯ จะปิด แต่สหรัฐฯ มีสิ่งที่เรียกว่า”กระดานทางเลือก” (Alternative Venue) ซึ่งเป็นกระดานที่ถูกต้องตามกฎหมายและมี กลต. สหรัฐฯ กำกับดูแล เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนฝั่งเอเชียสามารถเทรดหุ้นสหรัฐฯ ในเวลาตื่นได้ โดยมีผู้ดูแลสภาพคล่องระดับโลกคอยตั้งราคาและปริมาณ DR ในไทยให้ลื่นไหลและปลอดภัยตลอดวัน
3. DR ที่อิงกับดัชนีสหรัฐฯ ผ่านฮ่องกง (เช่น ดัชนี Nasdaq, S&P 500)
ช่วงเวลาที่ควรเทรด
11:00 – 12:00 น. และ
13:00 – 15:00 น.(อิงตามเวลาเปิด-ปิดของตลาดฮ่องกง)
เหตุผล เนื่องจากเป็น DR รุ่นแรกๆ ที่ถูกออกแบบมาให้อิงกับกองทุน ETF ของดัชนีเหล่านั้นที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นฮ่องกงอีกทีหนึ่ง (ไม่ใช่การดึงราคาจากอเมริกาโดยตรง) จึงทำให้ไม่สามารถเทรดในเวลากลางคืนของไทยได้ และต้องยึดเวลาทำการของฝั่งฮ่องกงเป็นหลัก ซึ่ง DR ประเภทนี้มักเน้นกลุ่มผู้ลงทุนที่เน้นถือยาว ไม่ได้เน้นซิ่งตลอดเวลาอยู่แล้ว
ก่อนกดคำสั่งซื้อหรือขาย DR ทุกครั้ง อย่าดูแค่ราคาปิดของวันก่อนหน้า เพราะอาจไม่ใช่ราคาที่สะท้อนมูลค่าจริง แต่ให้เช็กว่า ณ วินาทีนั้น ตลาดหุ้นแม่ของ DR ตัวนั้นเปิดอยู่หรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะได้ซื้อขายในราคาที่ยุติธรรมและปลอดภัยที่สุด

