CGSI แนะ “คงน้ำหนัก” กลุ่มปิโตรเคมี กำลังผลิตเอทิลีนใหม่เร่งตัวขึ้น

HoonSmart.com >> CGSI แนะ “คงน้ำหนัก” กลุ่มปิโตรเคมี กำลังการผลิตเอทิลีนใหม่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น คาด     สเปรด PE/PP ในอาเซียนจะลดลงจาก 307 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในปีนี้ เหลือ 283 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในปี 70 และ 239 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในปี 71 ชู  IVL เด่น เข้าถึงอีเทนต้นทุนต่ำในสหรัฐฯ

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า แผนปฏิบัติการสำหรับการเร่งยกระดับและปรับปรุงโรงงานปิโตรเคมีเก่า (69-72) ของจีน จะคล้ายกับแผนงานในปี 68-69 ของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (MIIT) โดยมุ่งเน้นไปยังการเร่งดำเนินการปรับปรุงโรงงานปิโตรเคมีเก่าทั่วประเทศ

และแม้ว่าโรงงานบางแห่งจะมีอายุมากกว่า 20 ปี (คิดเป็น 14% ของกำลังการผลิตเอทิลีนของจีนในปี 68) แต่ฝ่ายวิเคราะห์ฯคาดว่า จะไม่มีการบังคับปิดโรงงานหากโรงงานเหล่านี้ยังสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานด้านประสิทธิภาพพลังงานและการดำเนินงาน จึงเชื่อว่าแผนปฏิบัติการดังกล่าว จะมีผลกระทบต่อทั้งตลาดเอทิลีนของจีนและตลาดโลกไม่มากนัก

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า โครงการ CTO ของจีน เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปิโตรเคมี ที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุดในประเทศ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นได้จากอัตราการผลิตที่ยังคงสูงกว่า 95% ในเดือนเม.ย.-พ.ค. 69 ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการหยุดชะงักของวัตถุดิบ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากถ่านหินราคาถูกในประเทศ

ขณะที่จีนพยายามลดการพึ่งพาน้ำมัน และวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ จึงอาจทำให้รัฐบาลอนุมัติโครงการ CTO เพิ่มมากขึ้น (รวมโครงการใหม่ 7 โครงการที่อยู่ระหว่างการวางแผน)

นอกจากนี้ โครงการ CTO รุ่นใหม่น่าจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก (ประมาณ 1 mtpa) ซึ่งจะช่วยให้จีนสามารถพึ่งพาตนเองด้านการผลิตเคมีภัณฑ์ในระยะยาว

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Chemical Market Analytics (CMA) ระบุว่า กำลังการผลิตเอทิลีนในภูมิภาคตะวันออกกลางที่หยุดเดินเครื่องนอกแผน แตะระดับสูงสุดที่ 28 mtpa หรือประมาณ 12% ของกำลังการผลิตทั่วโลก โดยแม้ว่าจะยังไม่มีการประเมินความเสียหายอย่างเป็นทางการ แต่โรงงานบางแห่งที่ได้รับผลกระทบ เตรียมจะกลับมาเดินเครื่องแล้ว

ขณะที่ cracker หลายแห่งในเอเชีย ได้เพิ่มอัตราการผลิตเช่นกัน ประกอบกับอุปสงค์ปลายน้ำยังอ่อนตัว จึงคาดว่าสเปรด PE (polyethylene)/PP (polypropylene) ในอาเซียน น่าจะทรงตัวในระดับต่ำที่ 272 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในเดือนมิ.ย. 69 แม้ว่าราคาน้ำมันและต้นทุนวัตถุดิบจะลดลง

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ CGSI มองว่า แม้ว่าแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบน่าจะเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังแนะนำให้ “คงน้ำหนัก” การลงทุน (Neutral) ในกลุ่มปิโตรเคมีของไทย เนื่องจากคาดว่า สเปรด PE/PP ในอาเซียนจะลดลงจาก 307 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในปี 69 เหลือ 283 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในปี 70 และ 239 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในปี 71

โดยชอบ IVL มากที่สุดในกลุ่ม เพราะบริษัทสามารถเข้าถึงอีเทนต้นทุนต่ำในสหรัฐฯ

ขณะที่ยังมีมุมมองเชิงลบต่อ SCC และ IRPC ซึ่งมี naphtha cracker และมีแนวโน้มถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าท่ามกลางอุปสงค์ที่อ่อนตัว

อย่างไรก็ตาม กลุ่มปิโตรเคมีจะมี upside risk หากอุปสงค์ของ PE/PP ฟื้นตัว ส่วน downside risk จะมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ทรงตัวระดับสูง