หุ้นเอเชียส่วนใหญ่ติดลบ รอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลงตามกลุ่มเทคโนโลยีที่ลดลงของสหรัฐฯ ส่วนโตเกียวติดลบเล็กน้อย นักลงทุนขายทำกำไร รอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้( 23 มิ.ย. 2569) ปรับตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาหุ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันก่อนหน้า แต่การปรับลงของดัชนีถูกจำกัดจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตของญี่ปุ่นยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในเดือนมิถุนายน โดยคำสั่งซื้อใหม่พุ่งสูงขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบกว่าสี่ปี

ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่กลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กับกลุ่มเกษตรกรรมและประมง ส่วนหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด คือ กลุ่มสารสนเทศและการสื่อสาร กับกลุ่มอาหาร

ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา เงินเยนทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่ 161.55 เยน ซึ่งเข้าใกล้ระดับที่อ่อนค่าที่สุดในรอบ 40 ปีอีกครั้ง หลังจากช่วงการซื้อขายที่ผันผวนในสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการหารือระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ซัตสึกิ คาตายามะ ได้จัดการประชุมออนไลน์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ ในช่วงดึกของวันจันทร์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการผันผวนของค่าเงินอย่างรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

ณ เวลา 8.6 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 72,022.73 จุด ลดลง 331.23 จุด, -0.46%

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับตัวลงตามกลุ่มเทคโนโลยีที่ลดลงในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ โดยนักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน และกำลังรับมือกับความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อในปลายปีนี้

ดัชนีหุ้นเอเชียแปซิฟิกที่กว้างที่สุดของ MSCI ไม่รวมญี่ปุ่น ลดลง 0.5% ขณะที่ฟิวเจอร์ส S&P 500 e-mini ลดลง 0.2%
หุ้นเกาหลีใต้ผันผวน ขณะที่หุ้นไต้หวันเปิดตลาดปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ก่อนที่ปรับลดลง

คริส เวสตัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone Group Ltd ในเมลเบิร์นกล่าวว่า ตลาดเหล่านี้ไม่ได้ซบเซาเลย หุ้นที่เคยเป็นผู้นำตลาดดูเหมือนจะเสียโมเมนตัมไป และนักลงทุนกำลังโยกย้ายไปลงทุนในส่วนอื่นๆ ของตลาดที่มีความมั่นคงกว่า เน้น AI น้อยลง และให้กระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้มากกว่า

นักลงทุนรอการประกาศดัชนีราคาการใช้จ่ายส่วนบุคคลซึ่งเป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ใช้เป็นหลัก เดือนพฤษภาคมในวันพฤหัสบดี

Fed funds futures บ่งชี้ว่ามีความน่าจะเป็น 54% ที่เฟดจะปรับขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ก่อนสิ้นปีนี้ เมื่อเทียบกับโอกาส 15.2% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงมาที่ 4.501%

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,163.976 จุด เพิ่มขึ้น 0.88 จุด, +0.02%
ดัชนี Kospi ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 8,855.19 จุด ลดลง 259.36 จุด, -2.85%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 23,774.23 จุด เพิ่มขึ้น 5.71 จุด, +0.02%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 47,645.24 จุด ลดลง 96.27 จุด, -0.2%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคมไม่เปลี่ยนแปลงซื้อขายที่ 74.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มชึ้น 0.03 ดอลลาร์ หรือ 0.04% ซื้อขายที่ 77.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–