HoonSmart.com>>ทริสฯปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจปี 69 ลงเหลือ 1.8% จาก 2.1% เพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยเป็น 93 ดอลลาร์สหรัฐ ดุลการค้า-ดุลบริการมีแนวโน้มอ่อนแอลงตามราคาน้ำมันและอุปสงค์โลกที่ชะลอตัว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการลงทุนช่วยพยุงการเติบโตได้เพียงบางส่วน นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเหลือ 32.4 ล้านคน

บริษัททริสเรทติ้งปรับลดคาดการณ์ GDP ประเทศไทยลงเหลือ 1.8% จาก 2.1% สะท้อนถึงดุลการค้าและดุลบริการที่มีแนวโน้มอ่อนแอลงจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและอุปสงค์จากต่างประเทศที่ชะลอตัว ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซ้ำเติมความเปราะบางของเศรษฐกิจ ในขณะที่ปัจจัยหนุนการเติบโตโดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทยพลัสและบรรยากาศการลงทุนที่ทยอยปรับตัวดีขึ้นยังช่วยพยุงเศรษฐกิจได้อย่างจำกัด คาดช่วยให้การบริโภคภาคเอกชนเติบโตเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและเพิ่มอัตราการเติบโตของ GDP ได้ราว 0.4%
ทริสฯปรับสมมติฐานให้ความขัดแย้งยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้เดิม ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยตลอดปีจะอยู่ที่ 93 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ใกล้เคียงกับฉากทัศน์ที่ 1 ในรายงานครั้งก่อนคือ “Country in Focus ประเทศไทย:ความเสี่ยงด้านลบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ” (23 มี.ค. 2569) ซึ่งมีสมมติฐานว่าความขัดแย้งจะเริ่มคลี่คลายภายในเดือนพ.ค. และราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยจะอยู่ที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีการปรับประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวลงเหลือ 32.4 ล้านคนจาก 35ล้านคน ขณะที่ปรับเพิ่มประมาณการการลงทุนภาคเอกชนเป็นเติบโต 3.1% จาก 2.3% และปรับเพิ่มการลงทุนภาครัฐเป็นเติบโต 2.8% จาก 2.5%
ทริสฯปรับประมาณการราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2569 เป็น 93 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล สะท้อนการคาดการณ์ว่าการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะล่าช้าจากเดิมที่คาดว่าจะเปิดได้ในเดือนพ.ค.ไปเป็นช่วงต้นไตรมาสที่ 3 เพราะการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ หากภาวะชะงักนี้ยังคงยืดเยื้อ ราคาน้ำมันก็อาจปรับสูงกว่าประมาณการปัจจุบันได้
ความเสี่ยงสำคัญจึงขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการเจรจาซึ่งเป็นไปอย่างล่าช้าและยังไม่มีกรอบเวลาการยุติที่ชัดเจน โดยข้อมูลจาก US Energy Information Administration (EIA) ระบุว่าปริมาณน้ำมันสำรองของโลกปรับลดลงเฉลี่ยวันละ 8 ล้านบาร์เรลนับตั้งแต่มีการปิดเส้นทาง ส่งผลให้ระดับน้ำมันสำรองจะเข้าสู่ภาวะตึงตัวภายในช่วงกลางถึงปลายเดือนมิ.ย.นี้ หากไม่มีอุปทานทางเลือกอื่นเพิ่มเติมระดับน้ำมันสำรองมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวไปจนถึงเดือนก.ย.2569
หลังจากนั้นปริมาณสินค้าคงคลังน้ำมันอาจลดลงสู่ระดับต่ำสุดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานและอาจเริ่มเกิดภาวะขาดแคลนขึ้นได้ หากความขัดแย้งยืดเยื้อไปจนถึงช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีก็อาจแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการเติบโตของ GDP อาจชะลอลงเหลือราว 1% และเงินเฟ้ออาจเร่งขึ้นสู่ระดับ 4%-5% โดยสอดคล้องกับฉากทัศน์ที่ 2 ในรายงานก่อนหน้านี้ของทริสฯ
ดุลการค้าและบริการเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้น
การส่งออกสินค้าก็เผชิญกับความเสี่ยงในเชิงลบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวภายใต้ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของปีไทยขาดดุลการค้าไปแล้ว 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการนำเข้าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.ได้หักล้างผลบวกจากการขยายตัวของการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และอุปกรณ์ ทริสฯประเมินว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าและบริการจะขยายตัวสูงกว่าปริมาณการส่งออกในปี 2569 โดยเติบโตที่ระดับ 7.1% และ 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าตามลำดับ
การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวของไทยก็เริ่มเผชิญกับแรงกดดันมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ต้องปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวในปี 2569 ลงจากจำนวน 35 ล้านคนเป็น 32.4 ล้านคน แม้นักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มฟื้นตัวจากประเด็นความกังวลด้านความปลอดภัยในปี 2568 แต่นักท่องเที่ยว 2 ใน 5 ของประเทศหลักที่อ่อนแอลงได้หักล้างผลบวกดังกล่าว โดยในช่วง 5 เดือนแรก จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียลดลง 8.6% เนื่องจากผลกระทบที่ยืดเยื้อของอุทกภัยภาคใต้ของไทยในปี 2568 ในขณะที่นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ก็ลดลง 19.9% เนื่องจากนักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนจุดหมายไปยังประเทศเวียดนามและญี่ปุ่น
นักท่องเที่ยวระยะไกลยังเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มเติมจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรปและตะวันออกกลางอีกทั้งราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงยังเพิ่มแรงกดดัน โดยทำให้ค่าโดยสารเครื่องบินเพิ่มสูงขึ้นและกดดันการส่งออกในภาคบริการตลอดทั้งปี
ทริสฯคาดว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะได้จากโครงการไทยช่วยไทยพลัสนั้นมีจำกัด จัดสรรวงเงินภาครัฐจำนวน 1.2 แสนล้านบาทเพื่อสนับสนุนภาคครัวเรือนเดือนละ 1,000 บาทสำหรับซื้ออาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ย. 2569 โดยไม่สามารถนำวงเงินที่ใช้ไม่หมดไปใช้ในเดือนถัดไปได้ แม้เม็ดเงินใช้จ่ายจะกระจายตัวค่อนข้างสม่ำเสมอในช่วงไตรมาสที่ 3 แต่ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจมหภาคโดยรวมคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับจำกัด
ทริสฯคาดว่าการลงทุนภาครัฐในปี 2569 จะขยายตัว 2.8% ลดลงจากประมาณการก่อนหน้าที่ 2.5% ภายใต้สมมติฐานที่การอนุมัติงบประมาณประจำปี 2570 จะไม่ล่าช้าจากไตรมาสแรก การลงทุนภาครัฐขยายตัว 9.4%โดยมีแรงหนุนหลักจากการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ ส่วน ภาคเอกชนนั้นมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคธุรกิจดิจิทัล เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) นั้นสะท้อนว่าการลงทุนมีแนวโน้มแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในช่วง1-2 ปีข้างหน้า โดยในไตรมาสแรกการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 10.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ดังนั้น ทริสจึงปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนในปี 2569 เป็น 3.1% จากเดิม 2.3%
