บล.บัวหลวง ฟันธง Sell-off จบ ชู 5 โอกาสทองรับศก.K-Shape

HoonSmart.com >>บล.บัวหลวง ฟันธงขาย Sell-off จบ Climax ลุ้น SET วันนี้รีบาวด์แนวรับ 1,550/1,538 จุด ปรับพอร์ตรับมือเศรษฐกิจ “K-Shape” กว้างขึ้น ชู 5 โอกาสทองดักหุ้นเด่น ดัน SET ระยะกลาง-ยาว แตะ 1,620 จุด เปิดโพยหุ้นเด่นนำทัพโดย GULF- WHAUP- KCE – COM7- MOSHI’ ERW -KTB – KBANK- SCB

บล.บัวหลวง มองแนวโน้มตลาดวันนี้ว่า จากสัปดาห์ที่แล้วหุ้นไทยดูเหมือนจะเลือกรูปแบบที่ 3 ของการเล่น คล้ายกับช่วงที่ Sideway up จาก 1,340 กลับขึ้นไป 1,600 จุด

สัญญาณไฟเขียว ของการกลับมาเลือกหุ้นเล่นตามภาวะตลาดที่พร้อมจะ Take off อีกครั้ง อิงตามมุมมองกลยุทธ์ที่เราติดตาม ลักษณะการ Sell-off ของสินทรัพย์ทุกประเภทในช่วงที่ผ่านมา

การปรับพอร์ตรับการเปลี่ยนต้นทุนทางการเงินได้ผ่านพ้นไปแล้ว สมมติฐานของ เราคือ ธนาคารกลางหลัก ๆ อย่างญี่ปุ่น ยุโรป อยู่ในช่วงขึ้นดอกเบี้ย-แต่ไม่ได้ปรับขึ้น ดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ คาดจะอยู่ในช่วงปลายปี

เหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพเงินเฟ้อ โจทย์สำคัญคือความ ต่อเนื่องในการขึ้นดอกเบี้ยอาจไม่มีความจำเป็นเมื่อเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงาน น้ำมันเริ่มคลี่คลาย โดยสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางผ่านช่วง Climax ไปแล้ว และสมมติฐานราคาน้ำมันตลาดโลกจะไม่กลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่

แรงขายปรับพอร์ตเพราะราคาสินทรัพย์ดิ่งเหวจนต้องล้างมาร์จิ้น เช่น ทองคำ, บิตคอยน์, น้ำมัน ตลาดพันธบัตร น่าจะผ่านช่วง Climax ไปแล้ว รวมถึงความเชื่อเรื่อง การขายสินทรัพย์นำเงินสดไปจองหุ้น IPO ใหญ่อย่าง SpaceX ก็น่าจะผ่านช่วง Climax ไปแล้วเช่นเดียวกัน

แรงขายสะเด็ดน้ำ? กล่าวโดยสรุปตามที่เราประเมินความเสี่ยงด้านล่างของการปรับ ฐานตลาดหุ้นไทย จะจำกัดอยู่บนโซนแนวรับ 1,550/1,538 จุด แรงขายหุ้นไทยตามแนว รับ ซึ่งคาดว่าจะเบาลง เพราะเรามีทั้งกองทุนพยุงหุ้น อย่าง TISA ที่เตรียมจะใช้งานจริง การขยายกองวายุภักษ์ และกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ แรงซื้อคืนหุ้นไทยจากการ Covered short พร้อมกลับมาลุยกลุ่มไหนก่อน

คาดภาวะตลาดหุ้นไทยที่ฟื้นตัวกลับรอบนี้ จะนำขึ้นด้วย แรงซื้อหุ้นใหญ่ประเภท Beta play ก่อน เช่น ธนาคาร (เดือนหน้าประกาศงบ และ ปันผลระหว่างกาล), หุ้นโรงไฟฟ้าใหญ่ และกลุ่มสื่อสาร ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการดำเนิน โครงการ Data center และ AI โดยอาศัยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รีบาวด์ดันดัชนี

ส่วนหุ้น Alpha play เรายังคงต้องรอเวลาของมัน… คือกลุ่มเชื่อมโยงการบริโภคในประเทศ จากผลตอบแทนพอร์ตกลยุทธ์ที่เราประคองพอร์ตช่วงตลาดปรับฐาน จากการพักเงิน ในหุ้นโมเมนตัมกลาง ๆ ทำให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปียังคงอยู่ที่ 57% อาจต้องมีการ ปรับเปลี่ยน โดยเราจะเพิ่มหุ้นโรงไฟฟ้าเข้าพอร์ต BGRIM GPSC GULF (และถอด MRDIY)

จากสมมติฐานข้างต้นตามที่เราติดตาม ต้นทุนพลังงานจากภาวะสงคราม ตะวันออกกลางมาระยะหนึ่ง จนมั่นใจว่าจะไม่สร้างแรงกดดันต่อผลการดำเนินงานกลุ่ม โรงไฟฟ้าในรอบนี้… (กำลังจะหมดไตรมาส 2 ราคาพลังงานไม่น่าจะสร้างเซอร์ไพรส์พุ่งขึ้นไปแรงกว่าช่วงที่ ผ่านมา)

​นอกจากนี้ ยังแนะนพกลยุทธ์ลงทุน ครึ่งปีหลัง ภายใต้ “เศรษฐกิจ K-shape ที่กว้างขึ้น”

เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ K-shape ที่ชัดเจนขึ้น โดยกลุ่มการลงทุนและการส่งออก (K ขาบน)ยังคงได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทย การเร่งตัวของ FDI กระแส AI และ Data Center ของโลก ขณะที่การบริโภคภายในประเทศ (K ขาล่าง) เริ่มเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและเงินเฟ้อที่สูงขึ้น สะท้อนภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แตกต่างกันมากขึ้นระหว่างแต่ละภาคส่วน

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นอาจยังแข็งแกร่งกว่าภาพเศรษฐกิจโดยรวม แรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่-อิเล็กทรอนิกส์โลกขาขึ้น ตลาดหุ้นไทยคาดทยอยขยับเข้าใกล้ SET Target (Bull Case)ที่ 1,620 จุด

กลยุทธ์การลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เน้นบริษัทที่มีคุณภาพสูงที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตชัดเจนในราคาที่เหมาะสม-หุ้นปันผลสูง กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และมีปัจจัยหนุนชัดเจนในครึ่งปีหลัง

โอกาสที่ 1: วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทยยังคงเป็นธีมการเติบโตสำคัญในช่วงปี 2026-2027 โดย AI Capex Cycle จะยังหนุนการลงทุนต่อเนื่อง คาดราว 50% ของโครงการที่ได้รับอนุมัติไปแล้ว จะทยอยลงทุนจริงใน 1 ปี ซึ่งจะสนับสนุนการเร่งตัวของการลงทุนภาคเอกชนในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ต่อเนื่องถึงปี 2027 (หุ้นเด่น GULF, WHAUP)

โอกาสที่ 2: อิเล็กทรอนิกส์โลกขาขึ้นได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการผลิต กำลังสะท้อนการฟื้นตัวเป็นวงกว้างของภาคการผลิตโลก ทั้งใน 1) ฝั่งอิเล็กทรอนิกส์ หลังการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทย รวมถึงเอเชียยังเติบโตแข็งแกร่ง ทั้งไต้หวัน จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และใน

2) ฝั่งภาคยานยนต์ยุโรปเริ่มเห็นสัญญาณผ่านจุดต่ำสุดจากคำสั่งซื้อที่ฟื้นตัว สินค้าคงคลังลดลงและรอบการเปลี่ยนรถใหม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ของไทย(หุ้นเด่น KCE)

โอกาสที่ 3: การบริโภคอาจชะลอ แต่ยังมีผู้ชนะที่สามารถรักษาการเติบโตและอัตรากำไรได้ดีโดยเฉพาะกลุ่ม Lifestyle Retail ในกลุ่มสินค้าราคาไม่สูง (Small Ticket) และสินค้า IT นอกจากนี้การมาของ On-device AI มีแนวโน้มเป็นแรงหนุนรอบใหม่ของการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ในช่วงปี 2026-2027 (หุ้นเด่น COM7, MOSHI)

โอกาสที่ 4: การฟื้นตัวของกลุ่มท่องเที่ยวหลังกำไรคาดใกล้ผ่านจุดต่ำสุด-เข้าสู่รอบฟื้นตัวในครึ่งหลังโดยเฉพาะจีนมีวันหยุด Golden Week นอกจากนี้มีการจัดประชุม IMF และงาน Tomorrowlandในช่วงปลายปี ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวคาดทยอยกลับเข้าสู่ระดับก่อนสงครามในปี 2027 (หุ้นเด่นERW)

โอกาสที่ 5: วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงใกล้จุดสิ้นสุด/ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management)-ปันผลสูงหนุนกลุ่มธนาคาร (หุ้นเด่น KTB, KBANK, SCB)