สหรัฐฯ-อิหร่านสงบศึก หนุนหุ้นเอเชียพุ่งสะพัด

HoonSmart.com>>บล.กรุงศรี ชี้เป้า “สหรัฐฯ-อิหร่าน” ปลดล็อกสันติภาพ หนุนภาวะเปิดรับความเสี่ยงในเอเชียเกิดใหม่ ดันเม็ดเงินไหลเข้าหุ้นไทย แนะ 2 ธีมลงทุน 21 หุ้นเด่น

บล.กรุงศรี (KSS) ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) วันนี้ คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น (“Up”) โดยมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,610 / 1,620 จุด และมีแนวรับอยู่ที่ 1,582 / 1,575 จุด

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่สหรัฐฯ และอิหร่าน สามารถบรรลุข้อตกลงกรอบการเจรจาสัญญาสันติภาพ และเตรียมจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซในทันที ส่งผลเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก เนื่องจากความกังวลด้านราคาพลังงานเริ่มคลายตัวลง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent เช้านี้ปรับตัวลดลงสู่กรอบ 83-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US Bond Yield) ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน

สำหรับในฝั่งตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชีย (EM Asia) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flows) ไหลกลับเข้ามาอย่างชัดเจนในทุกประเทศ ยกเว้นเพียงมาเลเซียและเวียดนาม โดยมีจุดเด่นอยู่ที่วัฏจักรการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไอที (AI CAPEX Cycle) นอกจากนี้ การลงทุนรายประเทศยังมีแนวโน้มยกระดับเพิ่มขึ้นอีก หลังจากที่สหรัฐฯ เริ่มดำเนินมาตรการกีดกันไม่ให้ต่างชาติเข้าถึงหรือใช้ฟังก์ชันบางอย่างของระบบ AI

ขณะที่ประเทศไทยมีจุดเด่นจากการลงทุนภายในประเทศที่ได้รับการขับเคลื่อนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเซ็นตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) เซมิคอนดักเตอร์ เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท ในระยะเวลา 25 ปี (คิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยปีละ 0.5% ของ GDP) รวมถึงแผนการเตรียมเสนอที่ประชุม ครม. เพื่อผลักดันเม็ดเงินลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มูลค่า 2.9 แสนล้านบาท (คิดเป็น 1.5% ของ GDP) ตลอดจนการเร่งรัดขั้นตอนการผ่อนคลายกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน จึงคาดว่าจะเป็นแรงส่งให้ SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อ

หุ้นธีมเด่นวันนี้

สำหรับกลยุทธ์การจัดพอร์ตและเลือกซื้อหุ้นรายตัว บล.กรุงศรี แนะนำแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้ค่ะ:

1) หุ้นธีมลงทุน (Investment):

กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเด่น: AMATA, WHA

กลุ่มพลังงานไฟฟ้า: GULF

กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง: PYLON, STECON, INSET

กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร: ADVANC, TRUE

กลุ่มธนาคารพาณิชย์: KBANK, KTB

กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (เน้นเก็งกำไร): DELTA, HANA

2) หุ้นในธีมผ่อนคลายความตึงเครียด (De-escalation):

กลุ่มท่องเที่ยว: CENTEL, MINT

กลุ่มการบิน: AOT, BA, THAI

กลุ่มเช่าซื้อ/ไฟแนนซ์: MTC, JMT (ดักมุมมองที่คาดว่าธนาคารกลางหลักๆ ของโลกจะส่งสัญญาณเข้มงวดทางการเงินลดลง)

กลุ่มเครื่องดื่ม: ICHI

กลุ่มค้าปลีก: CPALL (โดยกลุ่มเครื่องดื่มและค้าปลีก จะได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากโอกาสที่สภาพภูมิอากาศโลกจะเข้าสู่ภาวะ El Niño ในปี 2026 นี้)