HoonSmart.com>>ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 46 จุด ทั้งสามดัชนีหลักปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หุ้น Nvidia พุ่ง หนุนตลาดรวม นักลงทุนกลับมามีความหวังสหรัฐฯ กับอิหร่านสงบศึก ด้าน “ราคาน้ำมันดิบ” WTI พุ่ง 5.49% เบรนท์ปรับตัวขึ้น 4.24% ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป”ปิดลบ
ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ปรับตัวขึ้น โดยดัชนี Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ทำสถิติ all-time highs ระหว่างวัน และปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ขณะที่หุ้น Nvidia พุ่งสูงขึ้น และนักลงทุนกลับมามีความหวังในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอีกครั้ง
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์(Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 51,078.88 จุด เพิ่มขึ้น 46.42 จุด, +0.09%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,599.96 จุด เพิ่มขึ้น 19.90 จุด, +0.26%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,086.81 จุด เพิ่มขึ้น 114.19 จุด, +0.42%
Nvidia นำการปรับขึ้น และหนุนตลาดโดยรวม โดยพุ่งขึ้นมากกว่า 6% หลังจากบริษัทเปิดตัวโปรเซสเซอร์ใหม่สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ช่วยชดเชยการลดลงในกลุ่มอื่นๆ ขณะที่หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ก็ปรับตัวขึ้นอย่างมากเช่นกัน
หุ้นDell Technologies และ HP Inc ปรับตัวสูงขึ้นตาม Nvidia โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% และ 8% ตามลำดับ ส่วน Intel ซึ่งครองตลาดชิปพีซีมานานหลายปี กลับลดลงกว่า 4%
นอกเหนือจากกลุ่มเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น 2.5%แล้ว กลุ่มพลังงานเป็นเพียงกลุ่มเดียวในดัชนี S&P 500 ที่ปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Marathon Petroleum โดดเด่นในกลุ่มนี้ ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 4% ขณะที่ Exxon Mobil และ Chevron เพิ่มขึ้น 2.8% และ 1.9% ตามลำดับ
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า เขาได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลอย่าง “มีประสิทธิภาพมาก” อีกทั้งจะไม่มีการส่งทหารเข้าไปในเบรุตและกองกำลังที่กำลังเดินทางมานั้น ได้ถูกสั่งให้ถอยกลับไปแล้ว
การโพสต์ของทรัมป์มีขึ้นหลังสื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ผู้เจรจาของประเทศกำลังยุติการติดต่อกับสหรัฐฯ และอิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์เนื่องจากการโจมตีเลบานอนของอิสราเอล
ต่อมาไม่นานทรัมป์โพสต์อีกครั้งว่า การเจรจากับอิหร่าน “ยังคงดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว”
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนพฤษภาคมจากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2022 และสูงกว่า 53.0ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
กระทรวงพาณิชย์รายงาน การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่า 0.2% ที่นักวิเคราะห์คาด ส่วนเมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.9%
นักลงทุนจับตาดูรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในรายงานเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของสัปดาห์ ข้อมูลการจ้างงานอาจให้สัญญานใหม่เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน และช่วยบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ในอีกหลายเดือนข้างหน้า
การประชุมนโยบายการเงินของเฟดจะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนนี้ภายใต้การนำของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ เนื่องจากความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางทำให้ความหวังที่จะยุติสงครามอิหร่านในระยะเวลาอันใกล้นี้ลดลง ขณะที่นักลงทุนยังได้ประเมินข่าวการทำข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับสายการบิน easyJet ของอังกฤษด้วย
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 621.24 จุด ลดลง 4.76 จุด, -0.76% ซึ่งเป็นต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,338.95 จุด ลดลง 70.33 จุด, -0.68%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,146.59 จุด ลดลง 36.75 จุด, -0.45%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,003.04 จุด ลดลง 101.66 จุด, -0.40%
ตลาดเปิดด้วยการปรับตัวลงหลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านยิงปะทะกันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และอ่อนตัวลงอีกหลังจากสำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่าอิหร่านได้ยุติการเจรจากับสหรัฐเกี่ยวกับการโจมตีเลบานอน
สำนักข่าวทัTasnim รายงานเพิ่มเติมว่า อิหร่านและพันธมิตร “แนวร่วมต่อต้าน” กำลังพิจารณามาตรการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซและขัดขวางเส้นทางน้ำสำคัญอื่นๆ รวมถึงช่องแคบบับเอลมันเดบ
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นกว่า 6.5% ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับยุโรปที่พึ่งพาพลังงานเป็นอย่างมาก
คริส บิวแชมป์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ IG Group กล่าวว่า ตลาดทราบดีว่าปริมาณสำรองน้ำมันกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่มีสมมติฐานว่าจะมีการเปิดช่องแคบภายในเดือนมิถุนายน แต่ยังไม่มีสัญญาณการเปิดช่องแคบ และแต่ละวันก็เข้าใกล้จุดวิกฤติมากขึ้น
หุ้นส่วนใหญ่ปิดตัวลงในแดนลบ แต่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.7%
แม้จะมีความไม่แน่นอน นักวิเคราะห์กล่าวว่าผลประกอบการและการคาดการณ์ของบริษัทต่างๆ ในฤดูกาลรายงานผลประกอบการนี้ยังคงดีกว่าที่คาดไว้ โดย Goldman Sachs ได้ปรับเป้าหมาย 12 เดือนสำหรับดัชนี STOXX ขึ้นเป็น 660
ไมเคิล ฟิลด์ นักกลยุทธ์จาก Morningstar กล่าวว่า ความเห็นจากหลายบริษัทเกี่ยวกับผลประกอบการไตรมาสแรกเป็นไปในเชิงบวก ทั้งในด้านยอดขาย อัตรากำไร และพฤติกรรมผู้บริโภค แต่ทั้งหมดก็ระบุถึงความไม่แน่นอน และคาดว่าเมื่อมีการรายงานผลประกอบการในไตรมาสที่สอง อย่างน้อยที่สุดจะเห็นภาวะชะงักงัน หรืออาจจะลดลง โดยกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคมีความเปราะบางเป็นพิเศษ
กลุ่มสินค้าหรู ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่จัดอยู่ในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือยของผู้บริโภค ลดลงมากกว่า 18% ในปีนี้
easyJet พุ่งขึ้น 10% หลังจาก Castlelake กล่าวว่ากำลังพิจารณาข้อเสนอซื้อกิจการ โดยสายการบินต้นทุนต่ำของอังกฤษระบุว่าจังหวะเวลาของบริษัทลงทุนจากสหรัฐฯ นั้น ฉวยโอกาสอย่างมากเนื่องจากผลกระทบจากสงครามอิหร่าน
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ปรับตัวสูงขึ้น ฟื้นตัวต่อเนื่องจากการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก AI
SAP บริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตามมูลค่าตลาด เพิ่มขึ้น 8.1% ขณะที่ Sage, Dassault Systemes, Nemetschek และ Temenos เพิ่มขึ้นระหว่าง 7% ถึง 8% ช่วยหนุนภาคเทคโนโลยี
ในบรรดาหุ้นที่มีปรับลงมาก Wise บริษัทโอนเงินดิจิทัลร่วงลง 8% จากข่าวที่ว่าสำนักงานอัยการกรุงบรัสเซลส์กำลังสอบสวนบริษัทในข้อหาธุรกรรมที่น่าสงสัยมูลค่าครึ่งพันล้านยูโร
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 4.80 ดอลลาร์ หรือ 5.49% ปิดที่ 92.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 3.86 ดอลลาร์ หรือ 4.24% ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

