HoonSmart.com >> ทำความรู้จักบริษัท ” เซอร์คูล่า เอ็นเนอร์ยี่” (Circular Energy) ผู้เชี่ยวชาญด้านการรวบรวมและบริหารจัดการน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) และส่งออก HVO ที่ “เติบโตจากผลงาน มากกว่าการประชาสัมพันธ์”
สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฎข่าวการจับมือของ 2 บริษัท “เซอร์คูล่า เอ็นเนอร์ยี่” ผู้เชี่ยวชาญด้านการรวบรวมและบริหารจัดการน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) และส่งออกน้ำมัน HVO (Hydrotreated Vegetable Oil) และบริษัท “บางจาก คอร์ปอเรชั่น” (BCP) โดยมีเป้าหมายร่วมมือพัฒนาห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานสะอาด รองรับความต้องการเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและตลาดโลก
ความร่วมมือดังกล่าว Circular Energy จะรับผิดชอบการจัดหาและรวบรวม UCO รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบและการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งส่งออกผลิตภัณฑ์ HVO เพื่อสนับสนุนการนำวัตถุดิบคุณภาพเข้าสู่กระบวนการผลิต ขณะที่บางจากฯ มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยนำ UCO มาผลิตเป็น HVO และผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาดสำหรับตลาดในประเทศและต่างประเทศ
จั่วหัวมาแบบนี้ มาทำความรู้จักบริษัท “เซอร์คูล่า เอ็นเนอร์ยี่” กันสักหน่อย

ประวัติความเป็นมาธุรกิจของบริษัท
” จิรัฏฐ์ ไตรตระกูลชัย ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซอร์คูล่า เอ็นเนอร์ยี่ บอกเล่าประวัติความเป็นมาของธุรกิจ ว่า Circular Energy เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมการส่งออกเชื้อเพลิงสะอาดของประเทศไทย แม้บริษัทจะไม่เน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมากนัก แต่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากความเชี่ยวชาญในการบริหารวัตถุดิบประเภท waste และการพัฒนาเครือข่าย supply chain ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ได้แก่ Used Cooking Oil Methyl Ester (UCOME) หรือ ไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้ว โดยผ่านกระบวนการทางเคมี (Transesterification) เพื่อเปลี่ยนน้ำมันทอดอาหารที่ไม่ใช้แล้ว (UCO) ให้เป็นเชื้อเพลิงสะอาด และ Hydrotreated Vegetable Oil (HVO) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสะอาดที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและสนับสนุนนโยบายด้านพลังงานสะอาด
นอกจากนี้ บริษัทดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากลด้าน sustainability และ traceability เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาเหนือ
ในอนาคต Circular Energy มีเป้าหมายในการขยายบทบาทสู่ตลาดเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ซึ่งกำลังเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง และคาดว่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบาย Net Zero ของหลายประเทศทั่วโลก
Circular Energy กับบทบาทเบื้องหลังพลังงานสะอาดไทย
แม้จะไม่ค่อยปรากฏบนหน้าสื่อ แต่ Circular Energy คือหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนไทย โดยเฉพาะในฐานะผู้ส่งออก UCOME , HVO และผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาดสู่ตลาดโลก
บริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความเชี่ยวชาญด้านการบริหาร feedstock การพัฒนา supply chain และความสามารถในการส่งมอบสินค้าให้กับตลาดต่างประเทศภายใต้มาตรฐานสากล โดยเฉพาะตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและ sustainability “เราเติบโตจากผลงาน มากกว่าการประชาสัมพันธ์”

อะไรคือแนวคิดสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ Circular Energy?
” จิรัฏฐ์ ไตรตระกูลชัย” ซีอีโอ บอกอีกว่า Circular Energy ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบธุรกิจที่แข็งแรง ตั้งแต่การจัดหา feedstock การผลิต ไปจนถึงการส่งออก บริษัทเชื่อว่าความน่าเชื่อถือเกิดจากความสามารถในการส่งมอบสินค้าและรักษามาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง มากกว่าการสร้างภาพลักษณ์
บริษัทมุ่งพัฒนา ecosystem ด้านพลังงานหมุนเวียนแบบครบวงจร ตั้งแต่การรวบรวมวัตถุดิบประเภท waste การบริหาร supply chain ไปจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาดสู่ตลาดโลก เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อะไรคือจุดแข็งที่ทำให้บริษัทเติบโตได้ต่อเนื่อง?
จุดแข็งสำคัญของ Circular Energy คือเครือข่ายจัดหาและจัดเก็บ feedstock ประเภท waste ที่ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน
ด้วยเครือข่ายการจัดหาและจุดรวบรวมวัตถุดิบที่แข็งแรง บริษัทสามารถบริหาร supply ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ และสร้างความสามารถในการส่งมอบสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง รองรับความต้องการของลูกค้าในตลาดโลก โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกาเหนือ
นอกจากนี้ บริษัทดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากลด้าน sustainability และ traceability เพื่อรองรับข้อกำหนดของตลาดพลังงานสะอาดในต่างประเทศ ซึ่งให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของแหล่งที่มาวัตถุดิบและการลดการปล่อยคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
มุมมองต่ออุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในอนาคต
Circular Energy มีเป้าหมายในการขยายบทบาทสู่ตลาดเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ซึ่งกำลังเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง และคาดว่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบาย Net Zero ของหลายประเทศทั่วโลก
โดยมองว่าความต้องการเชื้อเพลิงพลังงานสะอาดจะยังเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว จากนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของหลายประเทศ รวมถึงมาตรการด้าน Renewable Fuel Standards และ Carbon Reduction Targets ที่ผลักดันให้ภาคพลังงานและภาคขนส่งเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก
แนวโน้มดังกล่าว ทำให้ผลิตภัณฑ์ประเภท UCOME และ HVO มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในตลาดโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ให้ความสำคัญกับ Net Zero และการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
จาก UCOME สู่ HVO และอนาคตของ SAF
ปัจจุบัน Circular Energy เป็นหนึ่งในผู้ส่งออก UCOME ไปยังยุโรป และได้ต่อยอดสู่การพัฒนาและส่งมอบ HVO ให้ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ในระยะต่อไป บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตของ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพสูง จากความต้องการของภาคการบินทั่วโลกในการลดการปล่อยคาร์บอน
“Circular Energy เชื่อว่าการสร้างระบบ feedstock และ supply chain ที่มั่นคงตั้งแต่วันนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงแห่งอนาคต และสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดพลังงานสะอาดระดับโลก” ซีอีโอ กล่าวทิ้งท้าย
ก่อนจบการสนทนา ซีอีโอ เซอร์คูล่า เอ็นเนอร์ยี่ ได้กล่าวถึงแนวโน้ม HVO (Hydrotreated Vegetable Oil) ว่า เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นใหม่ ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง เนื่องจากคุณสมบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพสูง เติมรถได้ 100%
ทั้งนี้ HVO มีกระบวนการผลิต HVO จากวัตถุดิบที่เป็นน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์ ผ่านกระบวนการไฮโดรทรีตเมนต์ (Hydrotreatment) ซึ่งใช้ไฮโดรเจนในการกำจัดออกซิเจนออกจากโมเลกุลของน้ำมัน ทำให้ได้เชื้อเพลิงที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลปิโตรเลียมมากที่สุด แต่มีข้อดีเหนือกว่าในหลายด้าน

ข้อดีของน้ำมัน HVO
1. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซลทั่วไป
2. ค่าซีเทนสูง: ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่าย และเผาไหม้ได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
3. ไม่มีกำมะถัน: ช่วยลดมลพิษทางอากาศ
4. เข้ากันได้กับเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป: ไม่จำเป็นต้องดัดแปลงเครื่องยนต์
5. เสถียรภาพสูง: เก็บรักษาได้นาน ไม่เสื่อมสภาพง่าย
6. ประสิทธิภาพดีในอากาศหนาวเย็น: จุดไหลเทต่ำ ทำให้ใช้งานได้ดีในสภาพอากาศเย็นจัด
ข้อจำกัดของ HVO
อย่างไรก็ตาม การผลิต HVO ยังมีต้นทุนสูงกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป ทำให้ราคาจำหน่ายสูงกว่าเล็กน้อย แต่ด้วยประโยชน์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพการใช้งาน ทำให้ HVO เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้รถยนต์และบริษัทขนส่งที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านข่าวอื่นๆ
Circular Energy x บางจากฯ พัฒนาห่วงโซ่ UCO ขยายตลาด HVO สู่พลังงานคาร์บอนต่ำ
