ตะลึง !! ตลาดพึ่งพา DELTA ตัวเดียว สร้างภาพลวงตามีผลกับ SET 200 จุด

HoonSmart.com>>  เปิดการวิเคราะห์โครงสร้างดัชนี SET และหุ้น ” เดลต้า” พบหากตัด DELTA ดัชนี ภาพรวมตลาดจะลดลงทันที 200 จุด พบตลาดหุ้นพึ่งพาหุ้นตัวเดียว แค่ดูหุ้น DELTA  สีเขียวหรือแดง สามารถเดาทิศทางตลาดรวมได้แล้ว

รายงานข่าวเปิดเผยว่า การวิเคราะห์ดัชนี SET  หากตัด DELTA ดัชนีจะลดลงทันทีประมาณ -200 จุด  จากระดับปัจจุบัน 1,570 จุด เหลือดัชนีที่แท้จริง ประมาณ 1,340-1,370 จุด

ทั้งนี้มูลค่าตลาดรวม (Market Cap)  ของ DELTA แตะ 4.22 ล้านล้านบาท  ซึ่งใหญ่กว่า ADVANC , PTT, GULF, และ AOT รวมกัน คิดเป็นสัดส่วน 22% ของทั้งตลาดหุ้นไทย

หากพิจารณาอิทธิพลเชิงตัวเลขและความผันผวนรายวัน ทุก ๆ 10 บาทที่เปลี่ยนแปลงของหุ้น DELTA  จะส่งผลกระทบต่อ SET ตรง ๆ ประมาณ 1 จุด และการเปลี่ยนแปลง 10% หรือ 35 บาท ลากหรือทุบดัชนีภาพรวม มีผลถึง 3.5 จุด

“ภาวะการพึ่งพาหุ้นตัวเดียว  ซึ่ง SET ในปัจจุบัน ถูกขับเคลื่อนด้วย DELTA  ชัดเจน แค่ดูสีเขียว หรือแดงของหุ้น DELTA สามารถคาดเดาทิศทางตลาดรวมได้แล้ว”  การวิเคราะห์ ระบุ

นอกจากนี้ ยังพบว่า ความผิดปกติของตลาดและการประเมินเชิงวิเคราะห์อย่างละเอียด เกิดจาก

1.ฟองสบู่เชิงโครงสร้าง (Supply Shock)

ฟรีโฟลตต่ำ เม็ดเงินหนา ดันราคาผิดปกติ โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ครองสัดส่วนสูงมาก ทำให้หุ้นหมุนเวียนในตลาดมีน้อย (Supply ต่ำ) เมื่อกองทุน-สถาบัน ถูกบีบให้ต้องซื้อตามเกณฑ์ดัชนี เกิดเม็ดเงินมหาศาลไหลเข้าแย่งซื้อ ส่งผลให้ราคาดันขึ้นได้ง่าย และเร็วผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางบัญชีหรืออันดับกำไรสุทธิ (อันดับ 3 ของตลาด) มาตรการควบคุมของตลาด เช่น Cash Balance ทำได้เพียงชะลอชั่วคราว แต่แก้ปัญหาโครงสร้างไม่ได้

2. ทางสองแพร่งของหน่วยงานกำกับดูแล 

ภาวะ Catch 22 ที่ไม่มีผู้ชนะในระยะยาว ตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงาน ก.ล.ต.กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายเขิงนโยบายอย่างรุนแรง หากใช้ยาแรงออกกฎควบคุมที่เข้มงวดเกินไปจนตลาดเสีย Momentum ก็เสี่ยงทำลาย Growth Story หรือหุ้นเทคโนโลยี ที่เป็นตัวชูโรงเพียงหนึ่งเดียวของประเทศ แต่หากปล่อยปะละเลยไม่จัดการ ดัชนี SET เสี่ยงสูญเสียสมดุลเชิงโครงสร้าง  ความน่าเชื่อถือในสายตาต่างชาติลดลง กลายเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูง พึ่งพาหุ้นตัวเดียว

3. ความเสี่ยงรายตัว กลืนกินความเสี่ยงระบบ 

Idiosyncratic Risk กลายสภาพเป็น Systemic Risk 

ตามหลักวิชาการกระจายความเสี่ยง ความเสี่ยงรายบริษัทไม่ควรชี้นำดัชนีประเทศ แต่ปัจจุบันภาพลวงตาของดัชนี ทำให้ SET บิดเบือนช่วงที่ตลาดฟื้นตัว แรงผลักเกือบทั้งหมดมาจาก DELTA

หมายความว่า ถ้า DELTA  สะดุด ! เมื่อใด ดัชนีพร้อมดิ่งลงทันที ทำให้นักลงทุนทั่วไป ไม่สามารถใช้ดัชนีรวม เป็นอินดิเคเตอร์ บอกสุขภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศได้อีกต่อไป

4. ภาพสะท้อนความสิ้นหวังของ Old Economy

เมื่อตลาดไร้ทางเลือก จึงต้อง “ตายเอาดาบหน้า” 

ประเทศไทย ขาดแคลนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับโลก บิ๊กแคปส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มพลังงานดั้งเดิม เช่น ธนาคาร , ค้าปลีก ทำให้ DELTA กลายเป็นตัวแทนกระแส AI และ Tech Growth เพียงหนึ่งเดียวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกฝ่ายจึงเลือกเดินหน้าแบบประคองตัวไปข้างหน้า โดยไม่มีใครกล้ารับประกันผลกระทบในระยะยาว เพราะการเอาตัวรอดในปาร์ตี้ระยะสั้น ยังคงจำเป็น

บทสรุปของงานวิจัยนี้  ชี้ให้เห็นว่า ภาพลวงตาของดัชนี นักลงทุนไม่ควรใช้ดัชนี SET ภาพรวม เป็นตัวชี้นำตลาดเพียงอย่างเดียวในปัจจุบัน เนื่องจากหุ้น DELTA  มีสัดส่วนน้ำหนักที่สูงเกินไป การวิเคราะห์ ควรแยกดู SET50  หรือ ดัชนีในรูปแบบ Equal Weight เพื่อความแม่นยำ

โอกาสในหุ้นรายตัว เมื่อหักผลกระทบของ DELTA ออก  จะพบว่า โครงสร้างตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ด้านล่าง (ประมาณ 1,300 กว่าจุด)  ซึ่งหมายความว่า  ยังมีหุ้นพื้นฐานดี แข็งแกร่งในประเทศ ที่ราคายังต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน (Undervalued) และน่าสะสมอีกมาก

สุดท้ายการบริหารความเสี่ยง  วันใดที่หุ้น DELTA  เกิดแรงเทขายทางเทคนิค จะส่งผลกระทบต่อดัชนีในกระดานอย่างรุนแรง แต่ไม่ได้แปลว่า ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นตัวอื่นเปลี่ยนแปลง นักลงทุนต้องแยกแยะอารมณ์ตลาด ออกจากความจริง