หุ้นปิดพุ่ง 11.66 จุด พอร์ตโบรกฯซื้อ-ต่างชาติขาย 873 ลบ.

HoonSmart.com>>ดัชนีหุ้นปิด 1,550.33 จุด บวก 11.66 จุด แรงซื้อหลักจากกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ – ขนส่ง ขายกลุ่มปิโตรเคมีหลังราคาน้ำมันดิบต่ำกว่า 100 เหรียญ/บาร์เรล ด้านพอร์ตโบรกกลุ่มเดียวซื้อสุทธิกว่า 1,053 ล้านบาท ต่างชาติขาย 873 ล้านบาท

ตลาดหุ้นวันที่ 25 พ.ค.2569 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,550.33 จุด +11.66 จุด หรือ +0.76% มูลค่าการซื้อขาย 63,485.33 ล้านบาท โดยระหว่างดัชนีแตะสูงสุดที่ 1,558.95 จุดและต่ำสุด 1,545.63 จุด

บัญชีบริษัทหลักทรัพย์กลุ่มเดียวซื้อสุทธิ 1,053.30 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 872.92 ล้านบาท นักลงทุนในประเทศขายสุทธิ 131.74 ล้านบาทและนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 48.64 ล้านบาท

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ รับข่าวสหรัฐฯและอิหร่านใกล้ยุติสงคราม ผสานตัวเลขส่งออกไทยเดือนเม.ย.ดีกว่าาด หนุนุ้นส่งออกโดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนปรับขึ้นนำตลาด

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) เผย หุ้นปิดพุ่งได้แรงซื้อหลักมาจากกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ นำโดย (DELTA HANA และ CCET), กลุ่ม transport (AOT, THAI) ส่วน Sector ที่ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่มปิโตรฯ (PTTGC)

หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ AOT (+2.84%), BA (+3.47%), AAV (+2.83%), THAI(+8.2%)

กลุ่มสายการบินได้แรงหนุนจากภาพสงครามที่ผ่อนคลาย ทำให้ราคาน้ำมันดิบซึ่งเป็นต้นทุนของสายการบินปรับลง พลิกกลับมาหลุดต่ำกว่า 100 เหรียญ/บาร์เรล อีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์พื้นฐานของเรายังคงเลือก AOT เป็น Top pick ของกลุ่มสายการบินที่ Target price 64.75 บาท

DELTA (+0.6%), HANA (+6.38%), CCET (+15.09%) หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนปรับขึ้นนำตลาด ได้แรงหนุนจากตัวเลขนำเข้าส่งออกไทยในเดือน เม.ย. ที่ออกมาสูงกว่าคาด สะท้อนภาพการค้าขายสินค้าชิ้นส่วนที่ยังโตดีต่อเนื่อง โดยเครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบโตถึง +68.7% y-y มากกว่ากลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่ +27.5% y-y

GULF (+2.06%),GPSC (+3.73%), BGRIM (+3.73%) หุ้นกลุ่มพลังงานปรับขึ้น จากภาพ Bond Yield ที่ปรับลงประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่เป็นต้นทุนปรับลง หนุนโดยภาพโครงสร้างพื้นฐานของการลงทุน Tech โลกที่ยังดูมัพัฒนาการเชิงบวกจากตัวเลขนำเข้าส่งออกไทยฝั่งเครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบที่ออกมาดีกว่าคาด Top pick เราเลือก GULF (TP26F – 74 บาท) และ WHAUP (TP26F – 6 บาท)

KTC (+2.59%) ราคาหุ้นปรับขึ้นมีจิตวิทยาบวกหนุนจาก US Bond Yields อ่อนตัวลงแรงตามราคาน้ำมันดิบ ผสานกับปัจจัยพื้นฐานยังเด่นหลังจากสัปาดห์ก่อนการประชุมนักวิเคราะห์ แผนการดำเนินงานดีตามคาด KSS คงคำแนะนำ BUY ที่ TP26F 39 บาท และคงเป็น Top Pick ของกลุ่ม Consumer Finance เพราะ1) มีจุดแข็งเรื่องงบดุล 2) เงินปันผลน่าสนใจ dividend yield คาดที่ 5-6% 3) กำไรสุทธิปี 2026F คาดทำจุดสูงสุดใหม่ต่อจากปี 2025 4) อยู่ระหว่างการประกอบธุรกิจการขายประกัน คาดเป็นตัวต่อยอดรายได้ในอนาคต

PTTEP (-1.66%) ราคาหุ้นปรับลงมีจิตวิทยาลบตามราคาน้ำมันดิบโลก ทั้ง Brents และ WTI พลิกกลับมาหลุดต่ำกว่า 100 เหรียญ/บาร์เรล แนะนำ เพียง Trading ในกลุ่มนี้จากภาพของราคาน้ำมันดิบที่ยังผันผวน

5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่

DELTA ปิดที่ 334.00 บาท +2.00 บาท หรือ +0.60% มูลค่าการซื้อขาย 4,391.41 ล้านบาท
CCET ปิดที่ 9.15 บาท +1.20 บาท หรือ +15.09% มูลค่าการซื้อขาย 4,253.91 ล้านบาท
GULF ปิดที่ 62.00 บาท 1.25 บาท หรือ +2.06% มูลค่าการซื้อขาย 2,940.91 ล้านบาท
SCB ปิดที่ 134.00 บาท -1.00 บาท หรือ -0.74% มูลค่าการซื้อขาย 2,703.51 ล้านบาท
PTT ปิดที่ 36.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 2,355.47 ล้านบาท
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–