‘การบิน-ไฟฟ้า’วิ่งนำ น้ำมันดิบร่วง 4% อินโนเวสท์ฯคาด THAI ขาดทุน Q2 เป้า 6.50 บาท

HoonSmart.com>>วันนี้(25 พ.ค.69) ราคาน้ำมันดิบหลุด 100  ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ร่วงลงแรง 4%  รับข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านเพื่อยุติสงครามใกล้ความเป็นจริง ส่งผลบวกตลาดหุ้นโลก-ทองคำ  ธุรกิจการบิน ท่องเที่ยว ไฟฟ้า และนอนแบงก์ ส่วนอิเล็กทรอกนิกส์ยังฮอตต่อเนื่อง  นักวิเคราะห์แนะ”ถือ”และ”ซื้อ “การบินไทย  บล.อินโนเวสท์ฯให้เป้า 6.50 บาท คาดไตรมาส 2 ขาดทุน  กดกำไรปกติปีนี้หดตัว 43% เหลือ 16,596 ล้านบาท  

ตลาดหุ้นปิดครึ่งวันเช้า 25 พ.ค.2569 หุ้นกลุ่มการบินโดดเด่น นำโดยบริษัท การบินไทย (THAI) หนุนดัชนี SET ปิดที่ 1,551.80 จุด บวก 13.13 จุด หรือ +0.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากถึง 41,120 ล้านบาท รับราคาน้ำมันดิบลดลง 4% หลุด 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล  จากความหวังสงครามระหว่างสหรัฐฯอิหร่านใกล้ยุติ อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง แต่กลับกดดันกลุ่มพลังงาน นำโดย PTTEP และปิโตรเคมี PTTGC,IVL

หุ้น THAI ปิดที่ 6.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ พุ่งขึ้น 9.84%
BA ปิดที่ 15.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท หรือ 4.86%
AAV ปิดที่ 1.09 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท หรือ 2.83%
AOT ปิดที่ 53.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.95%

บล.กรุงศรี มองว่าตลาดให้น้ำหนักการเจรจาข้อตกลงสงบศึก และกระแสเชิงบวกจากเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันดิบทั้งเบรนท์ และ WTI กลับมาหลุดต่ำกว่า 100 เหรียญ/บาร์เรลอีกครั้ง เป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Anti-commodity อาทิ กลุ่มสายการบิน THAI, BA กลุ่มโรงไฟฟ้า

บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ มองภาพรวมของบริษัทการบินไทย (THAI) จากการประชุมนักวิเคราะห์เป็นกลาง ท่ามกลางราคาน้ำมันเครื่องบินสูง เน้นไปที่การบริหารจัดการรายได้ ปรับขึ้นค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมน้ำมัน ข้อมูลอัปเดดด้านการดำเนินงานของ THAI เป็นไปตามที่คาดไว้ และยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ประมาณ 16,596 ล้านบาท ลดลง 43%จากปีก่อนที่ 29,213 ล้านบาท คาดผลการดำเนินงานจะยังคงอ่อนแอในไตรมาส 2 และ 3 และจะปรับดีขึ้นในไตรมาส 4 คงแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายสิ้นปี 6.50 บาท อ้างอิง PE ที่ 9.1 เท่า (ค่ากลางของหุ้นกลุ่มสายการบินในภูมิภาค ) ส่วนปี 2570-2571 คาดกำไรปกติ 22,228 ล้านบาทและ 24,745 ล้านบาทตามลำดับ

“ประเมินเบื้องต้นผลกระทบจากสงคราม THAI จะมีผลขาดทุนไตรมาสที่ 2 เพราะการปรับขึ้นค่าโดยสาร จะไม่สามารถชดเชยต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งขึ้น ส่วนปัจจัยบวกสำคัญที่ต้องติดตามได้แก่สัญญาณเชิงบวกในการเจรจา และราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความต้องการเดินทางและแรงกดดันด้านต้นทุน” บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุ

บล.ทิสโก้มีมุมมองของการประชุมเป็นกลาง THAI แนวโน้มปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) ชี้ถึงการหดตัวเล็กน้อย โดยเดือนเม.ย.ลดลง 2% เดือนพ.ค.ลดลง 6% และเดือนมิ.ย.ลดลง 2% เนื่องจาก THAI ปรับลดเที่ยวบินที่มีอุปสงค์อ่อนแอ เพื่อรักษา cabin factor อย่างไรก็ตาม RPK ลดลงแล้ว 8% YoY ในเดือนเม.ย.ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยง downside เพิ่มเติมในช่วงพ.ค.-มิ.ย. และสะท้อนแรงกดดันต่อ load factor เทียบกับปีก่อน

ปัจจุบัน THAI มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงครอบคลุม 24 เดือน สำหรับไตรมาสที่ 2 บริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อ สถานการณ์ต้นทุนน้ำมัน เนื่องจากส่วนต่างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินและราคาน้ำมันเบรนท์ในเดือนพ.ค.แคบลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเดือนมี.ค.และเม.ย.ที่ผ่านมา

ส่วนแนวโน้มผู้โดยสาร คาดว่าจะอ่อนตัวในไตรมาส 2 และบางส่วนในไตรมาส 3 ตามปัจจัยฤดูกาล ก่อนจะฟื้นตัวในปลายไตรมาส 3 และกลับสู่ภาวะปกติในไตรมาสที่ 4  ยอดจองล่วงหน้ายังคงอยู่ในแนวโน้มฟื้นตัว ขณะที่ผลตอบแทนแข็งแกร่งขึ้นในเดือนเม.ย. โดยได้รับการ
สนับสนุนจากการส่งผ่านค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง

สำหรับการขยายฝูงบินยังคงเป็นไปตามแผน โดยจะมีการส่งมอบเครื่องบิน B787 ในช่วงไตรมาสที่ 2-4 ควบคูู่กับการเพิ่มจำนวน A321neo คาดว่าขนาดฝูงบินจะเพิ่มเป็น 102 ลำในปี  2569 จากปัจจุบัน 80 ลำ และเพิ่มเป็น 128 ลำภายในปี 2571  โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนฝูงบินระยะยาว แม้จะมีความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง

กลยุทธ์เครือข่ายเส้นทางยังคงมุ่งเน้น THAI เป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับการปรับปรุงผลตอบแทนมากกว่าปริมาณ มีการจัดสรรกำลังการบินใหม่ไปยังเส้นทางที่แข็งแกร่งกว่า โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ยุโรปที่แข็งแรง (+16% YoY) พร้อมการขยายเส้นทางไปยังปารีส (เพิ่มเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน) อัมสเตอร์ดัม (เริ่มตั้งแต่เดือนก.ค.) และเมืองรองบางแห่งในจีน  โดยคงคำแนะนำ”ซื้อ”มูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 9.60 บาท