คปภ.เปิดโครงการ ALIP ปี 2 เน้นพัฒนาประกันสูงวัยลดเสี่ยง

HoonSmart.com>>คปภ. เปิดโครงการพัฒนาพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ ปีที่ 2 ชูธีม  “Longevity Frontier”ดึงแนวร่วมประกันภูมิภาคสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงประชาชนอาเซียนรับเทรนด์สังคมอายุยืน

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยในงานเปิดโครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) 2026 ว่า จากความสำเร็จในปีแรกที่จัดขึ้นในปี 2568 หรือ 2025 มีกลุ่มประเทศในอาเซียนส่งผู้แทนเข้าร่วมโครงการ ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านการประกันภัย โดยเฉพาะการนำระบบ AI และเทคโนโลยี IT มาประยุกต์ใช้ รวมถึงการริเริ่มแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ซึ่งได้รับความสนใจและเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากนานาประเทศ จนนำไปสู่การส่งทีมงานเข้ามาศึกษาดูงานเชิงลึกกับทาง คปภ. อย่างต่อเนื่อง และเป็นที่มาของการต่อยอดจัดโครงการในรุ่นที่ 2

สำหรับการจัดงานในรุ่นที่ 2 ปี 2569 นี้ อยู่ภายใต้หัวข้อ “Longevity Frontier: Navigating the Future of Wellness” เพื่อร่วมมือกันรับมือกับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของอาเซียน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงระบบสุขภาพ พฤติกรรมผู้บริโภค และรูปแบบความเสี่ยงของประชาชนในระยะยาว ดังนั้น อุตสาหกรรมประกันภัยในโลกยุคใหม่จึงต้องยกระดับบทบาทจากการเป็นผู้กำกับความเสี่ยง ไปสู่การเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงของประเทศ (National Risk Buffer) โดยร่วมกันสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) แห่งความเชื่อมั่น ความมั่นคง และความยืดหยุ่น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งผลักดันภาคประกันภัยให้ก้าวสู่การเป็นพันธมิตรด้านสุขภาวะ (Wellness Partner) ที่ช่วยดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัยได้อย่างยั่งยืน

ปีนี้ ยังได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากประเทศสมาชิกอาเซียน และได้รับเกียรติจากหน่วยงานกำกับดูแล ของฮ่องกงและเกาหลีใต้เข้าร่วมศึกษาข้อมูลด้วย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยยกระดับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสร้างความรู้เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบประกันภัยได้อย่างทั่วถึง และสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้เข้มแข็งทั่วทั้งภูมิภาค

เวทีสัมมนาตลอด 5 วันนี้ มุ่งเน้นย้ำในเรื่อง “มิตรภาพและความไว้วางใจ” เป็นสำคัญ พร้อมทั้งมีการเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายมิติเข้าร่วมบรรยาย รวมถึงเนื้อหาในเชิงธุรกิจสตาร์ทอัป (Startup) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมด้านการประกันภัยในภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนความรู้ในประเด็นความท้าทายระดับโลกอย่าง “สังคมผู้สูงอายุ” (Super-aged society) ซึ่งทุกประเทศกำลังเผชิญร่วมกัน

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าทุกประเทศที่เข้าร่วมจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้เชิงลึกร่วมกับประเทศไทยมากขึ้น เช่นเดียวกับโครงการในครั้งก่อน ซึ่งการหารือในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงแนวทางการดูแลประชากรกลุ่มเฉพาะ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกัน

สำหรับเรื่อง “Longevity” หรือการที่ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นนั้น ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องนำมาพิจารณา โดยหากย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ในช่วงที่เริ่มเข้าสู่โครงการประกันภัยรูปแบบใหม่ ๆ การหาบริษัทที่รับประกันภัยผู้ที่มีอายุเกิน 70-75 ปี ถือเป็นเรื่องที่ยากมาก และผู้ทำประกันจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง

ในปัจจุบัน พบว่าบางบริษัทประกันภัยได้ขยายขอบเขตการรับประกันภัยไปจนถึงอายุ 90 ปีแล้ว แม้จะมีเงื่อนไข (Condition) บางประการตามโครงสร้างของแต่ละบริษัท แต่สะท้อนให้เห็นเด่นชัดว่าประชาชนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงยิ่งขึ้น ประกอบกับศักยภาพทางการแพทย์ของประเทศไทยที่มีความก้าวหน้าไม่แพ้ใคร ทำให้มีกรณีศึกษา (Case study) มากมายที่เกี่ยวเนื่องกับการประกันภัยและการแพทย์

ทั้งนี้ ในหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 14 ได้มีการบริหารจัดการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรม โดยเฉพาะบุคคลภายนอกที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงประกันภัย ได้เข้าศึกษาดูงานด้านการแพทย์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ของประเทศไทย เพื่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่าระบบประกันภัยจะเข้าไปมีส่วนสนับสนุน (Support) รองรับโครงสร้างประชากรที่มีอายุเพิ่มมากขึ้นได้อย่างไร

นอกจากนี้ ยังได้เน้นถึงความจำเป็นในการใช้ระบบประกันภัยเข้ามาบริหารความเสี่ยงในชีวิต ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การเกิดอุบัติเหตุหรือการหกล้ม ซึ่งการมีประกันสุขภาพและประกันชีวิตจะช่วยให้สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และแบบบำนาญ ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนทางการเงินเพื่อไม่ให้เกิดความยากลำบากในวัยผู้สูงอายุ จึงอยากรณรงค์ให้ประชาชนเริ่มทำประกันบำนาญตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาว เพื่อให้มีเงินก้อนไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ ซึ่งกลไกนี้นับเป็นแหล่งเงินออมที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งของประเทศด้วย

สำหรับปี 2569 ได้ร่วมกับกองทุนประกันชีวิต และสมาคมประกันชีวิตไทย ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนภายใต้แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ในการจัดงานโครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) 2026 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการประกันภัยให้เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ คปภ. เชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลและการส่งเสริมพัฒนาต้องดำเนินควบคู่กันไป เพื่อสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งภายใต้แนวคิด “Collaborative Shield” ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะ

ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้การกำกับดูแลสามารถก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการเป็นที่พึ่งพิงที่มีประสิทธิภาพและสร้างความร่วมมือด้านการกำกับดูแลภาคธุรกิจประกันชีวิตทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

ผู้เข้าร่วมโครงการ จะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบเข้มข้น ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจประกันชีวิตในยุคใหม่ ผ่านการเรียนรู้ 4 Modules ประกอบด้วย Module 1 Global Landscape & Strategic Outlook การวิเคราะห์ภูมิทัศน์โลกและทิศทางเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจประกันชีวิต Module 2 Emerging Risk & Resilience การรับมือความเสี่ยงเกิดใหม่และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นขององค์กร Module 3 Technology & Customer Transformation การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่การให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ และ Module 4 Leadership & Human Capital Strategy การพัฒนาภาวะผู้นำและกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้แบบครบทุกมิติ ทั้งการบรรยาย การอภิปราย การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ตลอดจนการลงพื้นที่ศึกษาดูงานระบบประกันภัยและระบบสุขภาพของประเทศไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ เพื่อร่วมระดมความคิดและออกแบบแนวทางการพัฒนาระบบประกันชีวิตในระดับภูมิภาค โดยยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากหลากหลายสาขาวิชามาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในประเด็นสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนผ่านของธุรกิจประกันชีวิตในบริบทโลกใหม่ การรับมือความเสี่ยงเกิดใหม่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสร้างความมั่นคงด้านข้อมูลและ ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบประกันภัยเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและการสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมในระยะยาว