HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,520-1,530 จุด แนวต้าน 1,540-1,550 จุด ยังแนะนำลงทุน Theme ที่เข้ากับมาตรการกระตุ้นของภาครัฐฯ วันนี้ติดตาม ตัวเลขส่งออกไทยเดือน เม.ย.69-การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน พร้อมเสิร์ฟหุ้นวันนี้ชู BBGI , TNP

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,520-1,530 จุด แนวต้าน 1,540-1,550 จุด ยังแนะนำลงทุนใน Theme ที่เข้ากับมาตรการกระตุ้นของภาครัฐฯ อย่าง ค้าปลีก/ส่ง/ศูนย์การค้า CPAXT, CPN, CPALL, BJC, TNP, MOTHER รับเหมาฯ/นิคมฯ/สาธารณูปโภค AMATA, WHA, ROJNA, WHAUP, EASTW, GULF, GPSC, CK, STECON ธนาคาร/การเงิน KBANK, KTB, TIDLOR, MTC, SINGER, SGC, SCAP Anti-Commodity SCGP, EPG, BGRIM
สำหรับปัจจัยที่ยังต้องติดตาม ได้แก่ 1.ตัวเลขส่งออกไทยเดือน เม.ย.69 ในวันนี้ 2.การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงราคาน้ำมันดิบซึ่งเช้านี้ WTI, Brent ลดลง 5% และ 3.ทิศทาง Fund Flow ต่างชาติหลังสัปดาห์ก่อนขายสุทธิในตลาด TIP และการปรับน้ำหนักของ MSCI ปลายสัปดาห์นี้
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดวันศุกร์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์หนุนจากสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (De-escalate) แต่ความชัดเจนยังมีน้อยมาก รวมถึงผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ บจ.นำโดยกลุ่มเฮลท์แคร์ สาธารณูปโภค อุตสาหกรรม ประกอบกับ US10Yr bond yield ลดลงจากระดับสูงก่อนหน้าอยู่ที่ 4.558% เป็นบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยี-เซมิคอนดักเตอร์ Qualcomm +12%, Dell Technologies +17% และ HP Inc +15% ตามผลประกอบการของ Lenovo
ทั้งนี้ตลาดยังคงรอดูทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังนายเควิน วอร์ช เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยการประชุม FOMC ครั้งถัดไปวันที่ 16-17 มิ.ย.คาดคงดอกเบี้ยและรอดูสถานการณ์เงินเฟ้อ ขณะที่ CME FedWatch คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้ง ที่ความน่าจะเป็นมากกว่า 50% ใน 4Q69 โดยผลสำรวจผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนในวันศุกร์ ระบุว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลงอยู่ที่ 44.8 แตะระดับต่ำสุดในเดือน พ.ค. หลังราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ
หุ้นแนะนำ BBGI (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.45 บาท) ปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 69 จะมาจาก 1) ปริมาณขาย B100 ที่จะเพิ่มขึ้นหลังรัฐบาลปรับสัดส่วนการผสมจาก B5 เป็น B7 ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงาน 2) คาดว่าธุรกิจเอทานอลจะดีขึ้นตามการใช้กำลังการผลิต 3) โรงงาน SAF (ถือหุ้น 20%) กำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน จะเริ่มเดินเครื่องได้ในช่วง 2Q69 ซึ่งเราคาดว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ SAF จะทยอยเพิ่มขึ้น
ส่วนภาพระยะสั้นใน 2Q69 คาดกำไรปรับตัวดีขึ้นตามการปรับสัดส่วนดีเซลเกือบเต็มไตรมาส ขณะที่ราคาขายเอทานอลที่ทรงตัวขณะที่ราคาต้นทุนโมลาสที่ลดลง ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 583 ล้านบาท +106%YoY และ 722 ล้านบาท +24%YoY
หุ้น TNP (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 3.79บาท) กำไรสุทธิ1Q69 อยู่ที่ 48 ลบ.-4%YoY -24%QoQ แม้การดำเนินงานใน 1Q69 มีจะถูกกดดันจากกำลังซื้อในประเทศอ่อนแอ SSSG -3.2%YoY รวมถึงฐานสูงใน 4Q68 จากภาครัฐมีการเพิ่มเงินช่วยเหลือพิเศษของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ช่วงที่เหลือของปี คาดมีแรงหนุนจากมาตรการช่วยค่าครองชีพ/กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาล
ทาง TNP* เองวางเป้าหมายรายได้ในปี69 นี้ จะเติบโตราว 10-15% วางแผนขยายสาขาใหม่อีก 8 สาขาบริเวณภาคเหนือที่งบลงทุน 130 ล้านบาท ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี 69 และ 70 กำไรสุทธิของTNP* จะอยู่ที่ 223 ล้านบาท (+5%YoY) และ 244 ล้านบาท (+9%YoY)
———————————————————————————————————————————————————–

