HoonSmart.com>>อมตะฯ โชว์ผลงานแกร่ง Q1/69 กำไร 1,379 ล้านบาท โต 67% ตุนแบ็กล็อก 1.9 หมื่นล้านบาท รับดีมานด์ Data Center บูม
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 3,996 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% กำไรสุทธิ 1,379 ล้านบาท โต 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
มียอดขายรอโอน (Backlog) สะสมสูงถึง 19,704 ล้านบาท เพื่อรองรับรายได้และการเติบโตในระยะยาว ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากกระแสการย้ายฐานการลงทุนเนื่องจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้าสู่ประเทศไทยและเวียดนามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยี ดาต้าเซ็นเตอร์ และพลังงานสะอาด
น.ส.เด่นดาว โกมลเมศ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน AMATA กล่าวว่า ความสำเร็จในไตรมาสนี้ขับเคลื่อนโดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้ 2,486 ล้านบาท โตขึ้น 30% จากยอดโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้นเป็น 306 ไร่ สะท้อนภาพรวมการฟื้นตัวของการลงทุนได้อย่างชัดเจน อีกทั้งบริษัทสามารถผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักให้ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 47% จากเดิม 44% เป็นผลมาจากนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนให้เท่าทันสถานการณ์โลก ในขณะที่ความต้องการซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมยังคงหนาแน่น
ทั้งนี้ บริษัทยังสามารถรักษาโครงสร้างทางการเงินได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 1.25 เท่า
สำหรับกลุ่มธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภคยังคงสร้างรายได้ต่อเนื่องที่ 1,201 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2% ตามความต้องการใช้ระบบสาธารณูปโภคในนิคมฯ ที่เพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (RBF) ทำรายได้ 258 ล้านบาท เติบโต 5% โดยยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงด้วยพื้นที่เช่ารวมกว่า 469,890 ตารางเมตร
อย่างไรก็ตาม ในส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าปรับลดลง 34% อยู่ที่ 152 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาสนี้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติลดลง
นายยาซูโอะ ซึซึอิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัทอมตะฯ กล่าวว่า แนวโน้มภาพรวมตลาดนิคมอุตสาหกรรมปี 2569 มีทิศทางเป็นบวกอย่างมากจากการย้ายฐานผลิตมายังภูมิภาคอาเซียน โดยมีข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ไตรมาส 1/2569 มียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนรวมทะลุ 1.01 ล้านล้านบาท ซึ่งพุ่งสูงขึ้นถึง 2.4 เท่า
กลุ่มดิจิทัลครองแชมป์มูลค่าสูงสุดกว่า 8.7 แสนล้านบาท ชี้ให้เห็นถึงความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและ AI ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้เศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ประเทศไทยยังคงเป็นเป้าหมายหลักที่มีจุดแข็งทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและซัพพลายเชนที่เหนียวแน่น ทำให้ได้รับความสนใจจากกลุ่มทุนรายใหญ่ในจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และยุโรปอย่างไม่ขาดสาย
เพื่อตอบรับโอกาสนี้ AMATA ได้เร่งขยายการลงทุนในประเทศเวียดนามที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ “อมตะซิตี้ ฟู้เถาะ” ทุนจดทะเบียนประมาณ 23.86 ล้านบาท พร้อมทั้งร่วมลงทุนในธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ฮาลอง เพื่อรองรับความต้องการอุตสาหกรรมสีเขียว
สำหรับวิสัยทัศน์ในระยะยาว บริษัทมุ่งมั่นที่จะยกระดับนิคมอุตสาหกรรมไปสู่การเป็น “Industrial City” ที่พัฒนาจากฐานการผลิตแบบเดิมสู่ระบบนิเวศการลงทุนครบวงจร ทั้งระบบสาธารณูปโภค พลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์ความยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดในการขับเคลื่อนเมืองอุตสาหกรรมสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2583 ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและการนำโซลูชันอัจฉริยะมาใช้ ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนคุณภาพ และสร้างรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
