MAGURU ดิ่ง กำไรไม่ว้าว !กูรูชี้ต้นทุนฉุดช่วงสั้น ระยะยาวโต

HoonSmart.com>>”มากุโระ กรุ๊ป” (MAGURO) ดิ่งลงแรงกว่า 8%ปิดครึ่งวันนี้ ผิดหวังกำไรไตรมาส 1/68 ทำได้ 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% ไม่มากอย่างที่เก็งกำไรหุ้นมาไกล รายได้รวม 561 ล้านบาท โต 35.2% บล.กรุงศรีมองเป็นโอกาสสะสมรอขายแถว 25 บาท ระยะสั้น-กลางเจอแรงกดดันต้นทุนสูง มองยาว growth stock  บล.ดาโอให้เป้า 28 บาท ผู้บริหารมั่นใจรายได้ปีนี้โตเข้าเป้าไม่ต่ำกว่า 30% 

บริษัท มากุโระ กรุ๊ป (MAGURO) เปิดผลงานไตรมาสที่ 1/2569 มีกำไรสุทธิ 34,216.44 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.27 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปัก้อนที่มีกำไรสุทธิ 32,504.96 ล้านบาทหรือ กำไรหุ้นละ 0.26 บาท แต่ราคาหุ้นกลับปักหุ้นลงแรง -8.19% หรือ 1.40 บาทปิดที่ 15.70 บาท

บล.กรุงศรี มองเป็นโอกาสสะสมหุ้น MAGURO ให้ราคาเป้าหมาย 25 บาท รายงานกำไรสุทธิไตรมาสแรก/69 ที่ 34 บาท เพิ่มขึ้น 5% YoY แต่ลดลง 25 %QoQ ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย มีมุมมอง neutral จากรายได้ต่ำกว่าคาดมาจากต้นทุนสูง SG&A expenses to sale เพิ่มขึ้น YoY เป็นสำคัญ และ ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ลดลง -1% การขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น 14 สาขาใน 1 ปีที่ผ่านมา มีส่วนช่วยสำคัญ การขยายสาขา 14 สาขาใน 1 ปี เป็นส่วนช่วยสำคัญของกำไร แต่ลดลง QoQ จากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง คาดกระทบต้นทุนให้เพิ่มขึ้นและกำลังซื้อลดลง

” เราคาดกำไรสุทธิปีนี้ที่ 130 ล้านบาท ลดลง 12% จากปีก่อน มองโอกาส downside จำกัด เพราะรับรู้ปัจจัยลบจากภาวะสงครามแล้ว จึงคงคำแนะนำซื้อที่ราคา 25 บาท แรงกดดันด้านต้นทุนจะเป็นปัจจัยลบระยะสั้น-กลาง แต่ระยะยาวยังมีจุดเด่นเรื่องการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2570-2571 ที่สูง 20% CAGR ถือเป็น growth stock จากแผนขยายสาขาต่อเนื่อง จึงมองเป็นโอโอกาสสะสม เมื่อปัจจัยกดดันด้านต้นทุนเริ่มคลี่คลาย”บล.กรุงศรีระบุ

บล.ดาโอ(ประเทศไทย) แนะนำซื้อ MAGURO ให้ราคาเป้าหมาย 25 บาท รายงานกำไรปกติไตรมาสแรก/69 ที่ 34 ล้านบาท (+5% YoY, -25% QoQ) ใกล้เคียงคาด โดยรายได้ +35% จากการขยายสาขา มีทั้งสิ้น 54 สาขาจเพิ่มจากช่วงเดียวกันปีก่อนมีจำนวน 40 สาขา SSSG -0.8% ขณะที่ GPM อ่อนตัวจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นและรับรู้ค่าใช้จ่ายเตรียมเปิดสาขาใหม่ในไตรมาสที่ 2 ประมาณ 5-6 ล้านบาท ด้านกำไร QoQ ลดลงตามฤดูกาล โดยไตรมาสที่ 4 เป็นช่วง high season

การขยายสาขา เมนูใหม่ และกำลังซื้อฟื้นตัว รวมถึงการเปิด Kaiten Sushi Ginza Onodera (คาดเปิด 27ก.ค.2569) คาดตอบรับดีมาก และมีแผนเปิดแบรนด์ใหม่จากญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 4 เราคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ที่ 189 ล้านบาท (+ 21% YoY) คงคำแนะนำซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 28 บาท เราเลือก MAGURO เป็น Top pick กลุ่ม Food & Beverage จาก 1) ความได้เปรียบของ brand portfolio ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ ลูกค้าทุทุกกล่ม, 2) Valuation ไม่แพง คาดกำไรจะเร่งตัวในครึ่งปีหลังจากไตรมาสแรกมีสัดส่วนที่ 18% ของประมาณการกำไรปีนี้

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป กล่าวว่า ผลงานไตรมาสแรกของปีนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา ซึ่งยังคงสามารถสร้างการเติบโตที่โดดเด่นสวนกระแสอุตสาหกรรมร้านอาหารที่หดตัว ด้วยหลายปัจจัยที่เป็นแรงเสริม การเพิ่มจำนวนสาขา การเปิดแบรนด์ใหม่ และฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ลดลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้ส่งผลต่อการเติบโตภาพรวมที่รายได้ยังเติบโตถึง 35.2%

นอกจากนี้ MAGURO ได้เดินหน้าเตรียมพร้อมเปิดตัว Kaiten Sushi Ginza Onodera ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียมจากเครือ Onodera Group ซึ่งจะเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในไตรมาส 3 ของปีนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งกลุ่มลูกค้าเดิม และ สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ได้มากพอสมควร

แนวโน้มในปี 2569 มั่นใจรายได้โตไม่ต่ำกว่า 30% โดยวางแผนขยายสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 15 ร้านภายในสิ้นปี และยังเตรียมแผนกระตุ้นยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ให้เติบโตอีกด้วย สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง