HoonSmart.com>>MSCI ชัดแจ๋ว! เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ฯ (DELTA) ยังอยู่ดัชนีระดับโลก น้ำหนักเพิ่มขึ้น นักลงทุนไล่ซื้อเก็บ ราคาพุ่งกระฉูด 10% ปิด 331 บาท พาดัชนี SET ทะยานขึ้นปิดที่ 1,517.26 จุดหรือ 2.27% นำตลาดเอเชีย ได้กำไรบจ.ดีเกินคาดหนุนอีกแรง โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ ต่างชาติซื้อต่อ 3,307.63 ล้านบาท

วันที่ 13 พ.ค. 2569 หุ้นไทยวิ่งนำภูมิภาค ดัชนี SET ปิดที่ 1,517.26 จุด พุ่งกระฉูด 33.70 จุด หรือ 2.27% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นถึง 67,650.83 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิ 3,307 ล้านบาท ขณะที่ตลาดเพื่อนบ้านมีทั้งปรับตัวขึ้นและลดลง เช่น ญี่ปุ่น บวก 0.84% เซี่ยงไฮ้ เพิ่มขึ้น 0.67%
หุ้นไทยคลายกังวลเรื่อง MSCI บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)หรือ DELTA ยังคงอยู่และมีน้ำหนักมากขึ้น ทำให้นักลงทุนต้องไล่ซื้อ ราคาวิ่งแรงนำตลาดถึง 10.33% บวก 31 บาทปิดที่ 331 บาท ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายมากถึง 13,264 ล้านบาท และนำหุ้นเทคโนโลยี ทั้ง HANA และ KCE วิ่งตามบวก 6% และ 4% ตามลำดับ หลัง KCE เปิดผลงานไตรมาสแรกปีนี้ กำไร 181 ล้านบาท ดีเกินคาด
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) รายงานว่า MSCI ประกาศหุ้นเข้า/ออกในการคำนวณดัชนี SCI Thailand – ไม่มีหุ้นเข้า/ออกในการคำนวณดัชนีรอบนี้ ส่วน MSCI Global Small Cap มีเข้าใหม่ 2 บริษัทคือ MRDIYT, TFG ทำให้ราคาหุ้น MRDIYT ปิดที่ 9.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.65 บาท หรือ+7.56% และถูกคัดออก 1 บริษัท คือ TOA
ทั้งนี้คาดว่า MSCI มีเงินไหลออก 8,600 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ นำโดย TRUE- ADVANC และธนาคาร รวมถึงหุ้นโรลกั่นและปิโตรเคมี ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หลังข้อตกลงหยุดยิงของสหรัฐฯและอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า
อย่างไรก็ตาม โลกต่างติดตามอย่างใกล้ชิดถึงผลการประชุมสุดยอดระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค.นี้ โดยเป็นวาระสำคัญ เรื่องสงครามการค้า การแก้ไขวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (อิหร่าน/ฮอร์มุซ) และการปรับเปลี่ยนระเบียบโลกใหม่
บล.กสิกรไทย มีมุมมองเป็นบวกหลังจากเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ของ บริษัทเดลต้าฯ โดยผู้บริหารปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตรายได้ปี 2569 เป็น 30% จากเดิมที่ 20% มองว่ามีโอกาสเติบโตได้สูงกว่านั้น โดยประเมินว่ารายได้ในไตรมาส 2 จะเติบโตสูงถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่เติบโตไปถึง 56%
ผู้บริหารของ DELTA คาดว่าคำสั่งซื้อที่เข้ามายังมีความแข็งแกร่งในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า เร่งยอดขายไตรมาส 2 จากความต้องการของกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ การย้ายคำสั่งซื้อจากบริษัทแม่ในไต้หวันมายังฐานการผลิตในไทย และการเพิ่มกำลังการผลิตกลุ่มผลอตภัณฑ์ระบายความร้อนด้วยของเหลว
นอกจากนี้เดลต้าฯยังมีสัดส่วนสินค้าที่สนับสนุนต่อการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้น จึงปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ เป็นมากกว่า 30% จากเดิมที่คาดไว้ 28-29%
“บล.กสิกรไทยแนะนำเพียงถือ ปัจจุบันราคาหุ้น ค่อนข้างสูง PER ปี 69 ที่ 101 เท่า และ PBV ที่ 30 เท่า แม้ธุรกิจที่ DELTA ยังอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโต และมีการลงทุนสูงจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐ ทั้ง GOOGLE, AMAZON และ META ทำให้ธุรกิจ ให้ราคาเป้าหมายที่ 320 บาท”บล.กสิกรไทยระบุ
