“TEGH” ประกาศศักดาเบอร์ 1 “ยางคาร์บอนต่ำ” บุกตลาดโลก ปั๊มกำไร Green Port

HoonSmart.com >> “ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป” (TEGH)  เปิดฉากงานใหญ่ “TEGH Low Carbon Partnership 2026” โชว์ศักยภาพผู้ผลิตยางแท่ง Carbon Neutral รายแรกของโลก มั่นใจสินค้าพรีเมียมสู้ภาษีคาร์บอน (CBAM) ได้สบาย ตั้งเป้ายอดขายปีนี้แตะ 2.2 หมื่นล้านบาท พร้อมส่งบริษัทลูก TEBP เข้า IPO เสริมแกร่ง Ecosystem ลดขยะ-ขายคาร์บอนเครดิต 3 แสนตันต่อปี

 

** เปิดฉากงานใหญ่ “TEGH Low Carbon Partnership 2026”  สร้างประวัติศาสตร์ยางคาร์บอนต่ำ **

บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์  (TEGH) สร้างแรงสั่นสะเทือนในอุตสาหกรรมยางพารา ด้วยการประกาศตัวเป็นผู้ผลิตยางแท่ง Carbon Neutral  Rubber รายแรกของโลก ภายใต้โมเดลการจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อรองรับมาตรการทางกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์ที่กำลังถูกกดดันจากมาตรการภาษีคาร์บอน (CBAM) ของยุโรป

การประกาศความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ยางแท่ง ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนรายแรกของโลก  ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมยางธรรมชาติไทยในการยกระดับจากผู้ผลิตวัตถุดิบ สู่การเป็น ผู้นำด้านวัสดุคาร์บอนต่ำสำหรับห่วงโซ่อุปทานโลก
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า นวัตกรรม เทคโนโลยี การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างโปร่งใส และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอด Value Chain สามารถผสานกันจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดโลกยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับ Low Carbon, Traceability และ Responsible Sourcing

นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH)  เปิดเผยว่า  ปัจจุบัน TEGH มีกำลังการผลิตยาง (Capacity) รวม 430,000 ตัน โดยเริ่มเดินเครื่องผลิตยาง Carbon Neutral แล้วกว่า 150,000 ตันต่อปี และวางโรดแมปปรับเปลี่ยนสายการผลิตทั้งหมดเป็น Low Carbon 100% ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

 

**เปิดโมเดล Ecosystem ดัน TEBP เข้า IPO**

หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้คือ บริษัทลูก “ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ (TEBP)  ซึ่งทำธุรกิจกำจัดกากอินทรีย์ (Waste to Landfill) ปัจจุบันจัดการขยะได้กว่า 2-3 แสนตันต่อปี และมีแผนเพิ่มเป็น 8 แสนตันต่อปี เพื่อนำมาสร้างเป็น “คาร์บอนเครดิต”

โดยกลุ่ม TEGH  ตั้งเป้ามีคาร์บอนเครดิตในมือรวมเกือบ 300,000 ตันต่อปี แบ่งเป็นโครงการในประเทศ 8.5 หมื่นตัน และโครงการมาตรฐานสากลที่จะเริ่มปีหน้าอีก 2 แสนตัน ซึ่งจะกลายเป็น Bottom Line ที่มั่นคงให้กับกลุ่มบริษัท โดยตั้งเป้าให้ธุรกิจ Green Portfolio สร้างกำไร สูงถึง 20-30% ของพอร์ตทั้งหมด

**มั่นใจยอดขายโต 10% สู้ศึกต้นทุน**

กรรมการผู้จัดการ กล่าวอีกว่า เป้าหมายรายได้ปีนี้ ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป  คาดเติบโตราว 10% หรือรายได้ขยับจาก 20,000 ล้านบาท ขึ้นสู่ระดับ 22,000 ล้านบาท แม้สถานการณ์โลกจะมีความผันผวน แต่บริษัทมั่นใจว่าการบริหารจัดการต้นทุนภายในยังแข็งแกร่ง โดยผลกระทบจากราคาน้ำมันและค่าขนส่งกระทบต่อต้นทุนขาย รวมไม่เกิน 5% เท่านั้น อีกทั้งยังมีการทำ Safety Stock บรรจุภัณฑ์ล่วงหน้าถึง 8 เดือน

**รุกพลังงานสะอาด SAF-จ่อคิว Spin-off**

นอกจากธุรกิจยาง TEGH  ยังขยายอาณาจักรเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันปาล์มซึ่งมีรายได้กว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี โดยเตรียมร่วมทุนกับพันธมิตรจากจีน ก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) จาก Waste Oil และ Spent Earth คาดโรงงานแล้วเสร็จปลายปีนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญในการเป็นผู้นำด้าน Low Carbon

ด้านความคืบหน้าการนำ TEBP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ขณะนี้มีความพร้อมเต็มที่ เหลือเพียงรอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้กับกลุ่ม TEGH ต่อไป

ทั้งนี้ภายในงาน “TEGH Low Carbon Partnership 2026” ได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิด และเป็นผู้มอบรางวัลและเกียรติบัตรแก่พันธมิตรภาคธุรกิจและภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันสร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ