BGRIM : โบรกเกอร์มองบวก Q1/69 ความต้องการไฟระยะยาวแกร่ง

HoonSmart.com >> 3 โบรกเกอร์ มองบวก  BGRIM  “เคจีไอ” ปรับราคาเป้าหมาย BGRIM  ขึ้นเป็น 15.30 บาท  มองความต้องการไฟระยะยาวแกร่ง คาดผลดำเนินงาน Q1/69 อยู่ในระดับที่ดี กำไรสุทธิ 710 ล้านบ. 

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้น บี.กริม เพาเวอร์  ( BGRIM) โดยแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นใหม่ เป็น 15.30 บาท มองความต้องการไฟระยะยาวแข็งแกร่ง

คาดว่าวันที่ 13 พ.ค.  BGRIM แจ้งกำไรสุทธิไตรมาส 1 /69 ที่ 710 บาท เพิ่มขึ้น 44% QoQ และ +9% YoY แม้ว่ากำไรหลักอ่อนแอ 515 ล้านบาท เติบโต 2% QoQ และ -31% YoY ท่ามกลางภาษีที่สูงขึ้นและ มาร์จิ้นโรงไฟฟ้า SPP อ่อนตัวลง

ส่วนไตรมาส 2/69 กำไรมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่อง จากต้นทุนก๊าซสูงขึ้น แต่ปัจจัยลบส่วนใหญ่สะท้อนในราคาหุ้นแล้ว

บล.เคจีไอ ได้ปรับประมาณการ EPS ปี 2569F ใหม่ ลดลง 22% YoY จากนั้นจะฟื้นตัวแรง 38% YoY ในปี 2570F ทั้งนี้ ธีมการลงทุน คือ สงครามน่าจะผ่านจุดสูงสุดแล้ว และนักลงทุนควรมองข้ามกำไรปี 2569F ที่อ่อนแอไปสู่ catalyst ระยะยาวจากอุปสงค์การใช้สาธารณูปโภคที่ขับเคลื่อนโดย BOI และแผน PDP ใหม่ของไทย

ดังนั้นปรับเพิ่มคำแนะนำ BGRIM ขึ้นเป็น “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นใหม่ที่ 15.30 บาท หนุนจากอุปสงค์สาธารณูปโภคจากการลงทุนที่ได้รับส่งเสริม BOI เติบโตและโอกาส rerating จากแผน PDP ฉบับใหม่ของไทย

ขณะที่บล. กรุงศรีอยุธยา คงคำแนะนำ Neutral ที่ 15 บาท รอการฟื้นตัวของธีม LNG ขาลงที่ขยับออกไปเป็นปี 2570  โดยมองว่า ผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 อยู่ในระดับที่ดี คาดกำไรปกติ 541 ล้านบาท  (-18% y-y, -17% q-q) โดยกำไรปกติอ่อนตัว y-y, q-q จาก 3 ปัจจัยประกอบด้วย

1.กำไรขั้นต้น ( Gross margin ) ปรับตัวลง q-q ตามรายได้ธุรกิจ EPC ในต่างประเทศและ Volume ขายไอน้ำที่ลดลง

2. SG&A เพิ่มขึ้น y-y จากค่าใช้จ่ายพนักงานและที่ปรึกษา

3.  อัตราภาษีที่สูงขึ้นมาอยู่ที่ราว 20% หลัง ABPR3 หมด BOI หากเป็นไปตามคาดกำไรปกติ 3M26F คิดเป็น 31% ของประมาณการ FY26F ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีกว่าประเมินไว้เดิม ก่อนคาดกำไรปกติปรับตัวลดลง y-y, q-q ใน 2Q26F จากแรงกดดัน SPP margin บนต้นทุน Pool gas ในกรอบ 320-347 บาท/MMBtu เร่งตัวเร็วกว่าค่าไฟ

ด้าน บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ”  โดยมองว่า BGRIM เข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพ มูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท จาก Unison  ช่วยลดความเสี่ยงโครงการ Nakwol และสนับสนุนกำไรระยะสั้นผ่าน คูปอง 12% โดยมีผลกระทบทางการเงินจำกัด

ขณะเดียวกัน สมมติฐานเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นช่วยลด downside risk แต่ valuation ที่ตึงตัวและ leverage ที่สูงยังจำกัด upside

ปรับลดประมาณการ กำไรสุทธิหลักปี 2026/2027 ลง 12%/7% เพื่อสะท้อนต้นทุนก๊าซ SPP ที่สูงขึ้นและค่า Ft ปี 2026 ที่เพิ่มขึ้น

ด้าน บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส  แนะนำ”ถือ”  ราคาเป้าหมาย 15 บาท คาดการณ์ Q1/69 กำไรสุทธิ 685 ล้านบาท ซึ่งการเติบโต 5% YoY ได้แรงหนุนต้นทุนก๊าซที่ลดลง , ปริมาณขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IUs) ที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่การเติบโตจากไตรมาสเทียบไตรมาส (QoQ) มาจากค่าใช้จ่าย SG&A เข้าสู่ระดับปกติ , ลูกค้า IUs รายใหม่กำลังการผลิต 18MW และ  กำไรอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิราว 110 ล้านบาท สำหรับกำไรปกติก่อนส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (MI) คาดอยู่ที่ 1,171 ล้านบาท (+19% y/y, +41% q/q)

ระยะสั้นยังมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของภาครัฐ เช่น การกดไม่ให้ค่า Ft ปรับขึ้นตามต้นทุน, การยกเลิกสัญญา Adder, การปรับสูตรราคาใน Single pooled gas ใหม่ เป็นต้น