กพช.สั่งตรึงค่าไฟ 3 บาทเริ่มมิ.ย.นี้ ราคาขายปลีกน้ำมันไทยต่ำสุดในอาเซียน

HoonSmart.com>>กพช.ตรึงค่าไฟฟ้า 3 บาท/หน่วย สำหรับบ้านที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย/เดือน เริ่ม มิ.ย. 69 พร้อมอัดงบ 369 ล้านบาท ลดค่า Ft ช่วง พ.ค.-ส.ค. 69 เผย 20 ล้านครัวเรือนได้ประโยชน์ มั่นใจมีน้ำมันสำรองใช้ยาว 102 วัน ด้านกองทุนน้ำมันติดลบกว่า 6.2 หมื่นล้านบาท ราคาขายปลีกน้ำมันไทยต่ำสุดในอาเซียน

วันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 175) ได้ข้อสรุปใน 2 ประเด็นหลัก ซึ่งมุ่งเน้นการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระดับครัวเรือน ดังนี้

1. ปรับลดค่าไฟ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน ด้วยการตรงราคา 3 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านที่อยู่อาศัยที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน เริ่มเดือนมิ.ย.2569

2.ลดค่า Ft ด้วยการนำเงินผลประหยัดจากการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Bypass Gas) กว่า 369 ล้านบาท มาเป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย ในงวดเดือนพ.ค.ถึงเดือนส.ค. 2569

3. กำหนดเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินปริมาณ 500 MW ปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ (kW) ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี

จากมาตรการดังกล่าว จะมีบ้านอยู่อาศัย ที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยแรก คิดเป็นกว่า 20 ล้านครัวเรือน จะได้ประโยชน์อัตราค่าไฟเฉลี่ยที่ลดลง และหน่วยละ 3 บาทสำหรับ สำหรับที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย

ด้านกระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำวันที่ 29 เม.ย. 2569 ว่า ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศมีเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 102 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 22 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 38 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 17 วัน

ขณะที่ การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ข้อมูลเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1 – 27 เมษายน 2569 สามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 74.95 ล้านลิตร และจำหน่าย 53.78 ล้านลิตร

ด้านราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อ้างอิงราคาจาก ปตท. ราคาน้ำมันดีเซล B7 40.20 บาท น้ำมันดีเซล B20 33.20 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล E20 35.45 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 42.45 บาท และน้ำมันแก๊สโซฮอล 91 42.08 บาท

เมื่อเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน ราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 48.06 – 88.03 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 40.20 บาทต่อลิตร ขณะที่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 43.72 – 119.07 บาทต่อลิตร

ส่วนประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 29 เมษายน 2569 ติดลบ 62,731.69 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 119.89 ล้านบาท

สำหรับ สถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงชะงักงัน หลังประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของอิหร่านที่ต้องการให้สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลเพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงกดดันอย่างเข้มงวด ทั้งการปิดล้อมท่าเรือ และการยกระดับด้วยการคว่ำบาตรโรงกลั่นในจีนที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ภาวะชะงักงันที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 9 ส่งผลให้นักวิเคราะห์หลายสำนักปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมัน และตลาดพลังงานปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ การที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวจากกลุ่มโอเปก (OPEC) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตน้ำมันตอบสนองต่อตลาด ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามว่าจะส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาและความผันผวนของตลาดพลังงานอย่างไร โดยราคาปิดวันที่ 28 เมษายน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น 3.56 ดอลลาร์ ปิดที่ 99.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล Brent ปรับขึ้น 3.03 ดอลลาร์ ปิดที่ 111.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Dubai ปรับขึ้น 3.00 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 107.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–