CGSI เชียร์ “ซื้อ” BH คาดการณ์ Q1/69 กำไร 1,790 ลบ.โต 3%

HoonSmart.com>> บล.CGSI  มอง BH ไตรมาส 1/69 กำไร 1,790 ลบ. โต 3% yoy  อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่งกว่าคาด และ ไม่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แนะนำ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมาย 212 บาท

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ไตรมาส 1/69 บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  (BH)  ทำกำไรสุทธิ 1,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% yoy, แต่ลดลง 5% qoq ซึ่งสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ฯ 22% และสูงกว่า Bloomberg consensus 9% เนื่องจากมีรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่งกว่าคาด ขณะที่กำไรสุทธิ Q1/69 คิดเป็น 24% ของประมาณการปี 69 จึงคงประมาณการของ BH

BH มีรายได้รวมเติบโต 1.4% yoy แต่ลดลง 4.8% qoq ในไตรมาส 1/69 โดยรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น 4.2% yoy แต่ส่วนหนึ่งหักลบกับรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยที่ลดลง 3.6% yoy

ขณะที่บริษัทระบุว่ารายได้จากผู้ป่วยที่มาจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ส่วนรายได้จากผู้ป่วยจากเมียนมาและบังกลาเทศเพิ่มขึ้น 15.1% yoy และ 25.0% yoy ตามลำดับ ส่งผลให้รายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 65.7% ของรายได้รวมในไตรมาส 1/69 จาก 63.9% ในไตรมาส 1/68

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า BH อาจเริ่มรับรู้ผลกระทบบางส่วนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางผ่านจำนวนผู้ป่วยที่มาจากภูมิภาคนี้ในไตรมาส 2/69 จึงคาดว่ารายได้ของ BH น่าจะทรงตัวในปี 69 ก่อนจะเพิ่มขึ้น 6% ในปี 70

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า การที่ผู้ป่วยชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการจำนวนมากและการปรับขึ้นค่ารักษาทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ BH เพิ่มขึ้นเป็น 51.3% ในไตรมาส 1/69 (เทียบจาก 50.3% ในไตรมาส 1/68 และ 51.1% ในไตรมาส 4/68)
จึงคาดว่า GPM จะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 51.0% ในปี 69 (เทียบจาก 51.7% ในปี 68)

ขณะที่บริษัทสามารถคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยมีอัตราส่วน SG&A/รายได้อยู่ที่ 16.8% (เทียบจาก 17.3% ในไตรมาส 1/68 และ 16.7% ในไตรมาส 4/68) และคาดว่าอัตราส่วน SG&A/รายได้ทั้งปีจะอยู่ที่ 16.5% ในปี 69
(เทียบจาก 16.4% ในปี 68)

ราคาหุ้น BH ปรับตัวลง 20% นับตั้งแต่เกิดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านจึง underperform ดัชนี SET ที่ลดลง 3% จึงเชื่อว่าราคาหุ้นน่าจะสะท้อนความกังวลต่อการมีผู้ป่วยจากตะวันออกกลางเข้ามาใช้บริการน้อยลงแล้ว และเนื่องจากความตึงเครียดในภูมิภาคนี้เริ่มมีสัญญาณคลี่คลาย

มองว่าเป็นจังหวะดี ที่จะเข้าถือหุ้นและยังแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 212 บาท ซึ่งยังเท่ากับ P/E 24 เท่าในปี 70 (-1SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี)

อย่างไรก็ตาม มองว่า BH จะมี downside risk หากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงยืดเยื้อ, เศรษฐกิจโลกชะลอตัวรุนแรงหรือเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ขึ้นอีก ส่วนปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนราคาหุ้นคือ ทางออกที่รวดเร็วในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง, การมีผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาใช้บริการมากขึ้น และมาร์จิ้นเพิ่มสูงขึ้น