HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (27 เม.ย.-1 พ.ค. 2569) ให้แนวรับ 1,430 และ 1,415 จุด ส่วนแนวต้าน 1,470 และ 1,495 จุด แกว่งตามผลประชุมเฟด-กนง. ผลประกอบการบจ.ไตรมาส 1/69 สถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนค่าเงินบาท ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบเคลื่อนไหวที่ 31.70-32.70 บาท/ดอลลาร์ฯ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์แตะระดับ 32.51 บาท
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (27 เม.ย.-1 พ.ค. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,430 และ 1,415 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,470 และ 1,495 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (28-29 มี.ค.) การประชุมกนง. ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมี.ค. ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOJ BOE และ ECB กำไรบริษัทอุตสาหกรรมเดือนมี.ค. และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย.
สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ แม้จะมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ หลังผู้ประกอบการบัตรเครดิตรายใหญ่แห่งหนึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาดประกอบกับมีข่าวการเข้าลงทุนในหุ้นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถรายใหญ่แห่งหนึ่งโดยนักลงทุนต่างชาติ แต่ก็เผชิญแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรหุ้นบิ๊กแคปรายตัว นำโดย หุ้นแบงก์ที่ขึ้นเครื่องหมาย XD และหุ้นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่แห่งหนึ่งจากปัจจัยเฉพาะตัว
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นร่วงลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอน แม้สหรัฐฯ จะขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านไปอย่างไม่มีกำหนด ด้านอิสราเอลและเลบานอนก็ได้ขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ แต่ก็ยังคงไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการเจราจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านรอบใหม่ นอกจากนี้แรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก็มีส่วนกดดันดัชนีหุ้นไทยในช่วงท้ายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน
ในวันศุกร์ที่ 24 เม.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,456.10 จุด ลดลง 1.78% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 57,331.11 ล้านบาท ลดลง 17.32% ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.81% มาปิดที่ระดับ 215.09 จุด
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 27 เม.ย.-1 พ.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 31.70-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 2 สัปดาห์ หลังสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด สวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นอีกครั้ง แม้สหรัฐฯ จะมีการขยายเส้นตายการหยุดยิงออกไปแบบไม่มีกำหนด เพื่อเปิดให้มีโอกาสในการเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย แต่ความตึงเครียดยังคงไม่ลดระดับลง เนื่องจากมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ จะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปจนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน
เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.51 ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาบางส่วนหลังข้อมูลการส่งออกเดือนมี.ค. ของไทยออกมาดีกว่าที่คาด ประกอบกับน่าจะมีแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชั่นก่อนการประชุม กนง. และเฟดในสัปดาห์หน้า อนึ่ง เงินบาทยังไม่ได้ตอบรับมากนักต่อข่าวที่ Moody’s ประกาศปรับ Outlook สำหรับอันดับเครดิต Baa1 ของไทยกลับมาที่ Stable
ในวันศุกร์ที่ 24 เม.ย. 2569 เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.51 ก่อนจะปิดตลาดในประเทศที่ 32.45 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 เม.ย.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 20-24 เม.ย. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 7,159 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 4,260 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 4,263 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 3 ล้านบาท)
