HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับที่ 1,470 และ 1,450 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,495 และ 1,510 จุด เคลื่อนไหวตามกำไรบจ.ไตรมาสที่ 1/69 โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ ตัวเลขส่งออกเดือนมี.ค. สถานการณ์ตะวันออกกลางและฟันด์โฟลว์ จากสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นมากถึง 7,303 ล้านบาท ส่วนค่าเงินบาท ธนาคารกสิกรไทยคาดระดับ 31.60-32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (20-24 เม.ย. 2569) ว่า ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,470 และ 1,450 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,495 และ 1,510 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ. โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ ตัวเลขส่งออกเดือนมี.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนเม.ย. (เบื้องต้น) รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนเม.ย. ของจีน ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนเม.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน อังกฤษและญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. ของอังกฤษและญี่ปุ่น
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ปรับตัวลงตั้งแต่วันทำการแรกหลังวันหยุดยาวของตลาดในประเทศท่ามกลางแรงขายหลัก ๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดยหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง (เนื่องจากเข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance) หุ้นกลุ่มแบงก์ (ก่อนการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569) และหุ้นกลุ่มพลังงาน (หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกย่อตัวลง)
นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความยืดเยื้อก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันดัชนีหุ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การเจราจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11-12 เม.ย. ยังไม่ได้ข้อสรุป และยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่ชัดสำหรับการเจรจารอบต่อไป แม้จะมีรายงานข่าวว่าอิสราเอล-เลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 10 วันเข้ามาในช่วงท้ายสัปดาห์ แต่นักลงทุนยังคงมีความระมัดระวังในการลงทุนและติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง
ในวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,482.45 จุด ลดลง 1.62% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 69,340.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.47% ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.39% มาปิดที่ระดับ 216.85 จุด
ส่วนค่าเงินบาทระหว่างวันที่ 20-24 เม.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 31.60-32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแข็งค่าในตลาด Offshore ช่วงวันหยุดสงกรานต์ต้นสัปดาห์ และสามารถเพิ่มช่วงบวกได้ต่อเนื่องหลังตลาดในประเทศกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดรับโอกาสที่จะกลับมาเจรจากันอีกครั้ง หลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบแรกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม
“เงินบาททยอยแข็งค่าผ่านแนว 32.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 31.86 บาทต่อดอลลาร์ฯ”
อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนสอดคล้องกับภาพการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นในเอเชียช่วงท้ายสัปดาห์ เพราะแม้จะมีดีลข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน แต่ตลาดก็ยังคงรอติดตามความชัดเจนของการกลับมาเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และเส้นตายข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดในสัปดาห์หน้า ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
ในวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (10 เม.ย.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 16-17 เม.ย. 2569 นั้น ขายสุทธิหุ้นไทย 7,303 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 642 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 1,595 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 953 ล้านบาท)
