IMF หั่นเป้าเศรษฐกิจโลกปี69 เหลือโต 3.1% พิษสงครามตะวันออกกลางกดดันพลังงาน-การค้า

HoonSmart.com>>กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกปี 2569 ลงเหลือ 3.1% จากเดิมที่เคยประเมินไว้สูงกว่านี้ สะท้อนผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานพุ่ง เงินเฟ้อเร่งตัว และการค้าโลกชะลอลง ขณะที่ประมาณการปี 2570 ยังคงไว้ที่ 3.2%

รายงาน World Economic Outlook (WEO) ฉบับล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร ระบุว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2568 เติบโตได้ราว 3.4% แต่แรงส่งดังกล่าวเริ่มอ่อนตัวลงหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้น โดย IMF ระบุว่า หากไม่มีสงครามครั้งนี้ เศรษฐกิจโลกปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวได้ถึง 3.4%

เนื่องจากสถานการณ์สงครามยังมีความไม่แน่นอนสูง IMF จึงไม่ได้ใช้ “ประมาณการฐาน” (baseline forecast) แบบเดิม แต่เปลี่ยนมาใช้ “reference forecast” ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ความขัดแย้งจะจำกัดวง ไม่ยืดเยื้อรุนแรง และผลกระทบจะค่อย ๆ คลี่คลายภายในกลางปี 2569

ภายใต้สมมติฐานดังกล่าว IMF คาดว่าเงินเฟ้อโลกเฉลี่ยปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% ก่อนชะลอลงเหลือ 3.7% ในปี 2570

รายงานระบุว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงานจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 19% ในปี 2569 โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่คาดว่าจะพุ่งขึ้น 21.4% จากผลกระทบด้านการผลิตและการขนส่งในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าอาหารทั่วโลกจะปรับสูงขึ้นมากกว่าที่ IMF เคยประเมินไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 เนื่องจากต้นทุนพลังงาน ปุ๋ย ค่าขนส่ง และเส้นทางเดินเรือที่ถูกรบกวน

IMF คาดว่าปริมาณการค้าโลกจะชะลอลงชัดเจน จากการเติบโต 5.1% ในปี 2568 เหลือเพียง 2.8% ในปี 2569 ก่อนฟื้นกลับมา 3.8% ในปี 2570

ประเทศรายได้น้อยที่นำเข้าพลังงานสุทธิจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด ทั้งจากต้นทุนพลังงานและอาหารที่สูงขึ้น รวมถึงแรงกดดันจากค่าเงินอ่อนค่า โดย IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตสะสมของกลุ่มประเทศเหล่านี้ในช่วงปี 2569–2570 ลง 0.5 จุดจากรายงานเดือนมกราคม

สำหรับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และกำลังพัฒนาในเอเชีย IMF คาดว่าอัตราการเติบโตจะชะลอลงจาก 5.5% ในปี 2568 เหลือ 4.9% ในปี 2569 และ 4.8% ในปี 2570

อย่างไรก็ตาม IMF ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจจีนปี 2569 ขึ้น 0.2จุด  เป็น 4.4% จากปัจจัยบวกเรื่องอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐที่ลดลงสำหรับสินค้าจีน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2569 คาดว่าจะเติบโต 2.3% และชะลอลงเป็น 2.1% ในปี 2570 แม้ยังขยายตัวได้ แต่ IMF เตือนว่ามาตรการกีดกันทางการค้าที่เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 จะยังคงเป็นแรงถ่วงสำคัญ

ส่วนยูโรโซนคาดว่าจะเติบโตลดลงจาก 1.4% ในปี 2568 เหลือ 1.1% ในปี 2569 ก่อนขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.2% ในปี 2570 ต่ำกว่าประมาณการเดือนมกราคมทั้งสองปี

IMF ระบุว่า ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกยังคงโน้มไปด้านลบ และเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ใช้นโยบายแบบผสมผสาน ทั้งมาตรการภายในประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ

รายงานยังเตือนว่า “มาตรการจำกัดทางการค้ามีบทบาทจำกัดในการแก้ปัญหาความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ แต่กลับทำให้ผลผลิตแย่ลง” พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมมือกันฟื้นเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

ในภาพรวม IMF มองว่า ปี 2569 จะเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันสูง ทั้งจากสงคราม ภาวะเงินเฟ้อ และความเปราะบางของระบบการค้าโลก ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจระยะต่อไป