HoonSmart.com>>เซ็นทรัล รีเทล ประกาศยกระดับแผนบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจร สร้างเกราะป้องกันทางธุรกิจ สู้ศึกวิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐสาสตร์ยืดเยื้อ เน้นลดใช้น้ำมันล้านลิตร-ผลิตไฟสะอาดใช้เอง ปรับโครงสร้างต้นทุน-คุมราคาสินค้า-อุ้มค่าครองชีพประชาชน-คู่ค้าเอสเอ็มอีสู้ภาวะผันผวน ครอบคลุม 63 จังหวัด
น.ส.จริยา จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสภาวะสงครามที่ส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวน บริษัทได้เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ครอบคลุม 63 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อลดผลกระทบด้านต้นทุนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคมและธุรกิจในระยะยาว
บริษัทฯ ได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียน ผ่านนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้งมิติด้านไฟฟ้า น้ำ และการขนส่ง ดังนี้
พลังงานสะอาดแห่งอนาคต
ได้มีการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาไปแล้ว 181 แห่ง (ณ ปี 2568) ซึ่งสามารถผลิตพลังงานสะอาดได้ถึง 204,818 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี คิดเป็น 23% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 102,389 ตันต่อปี
ทำการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) มากกว่า 450 จุด ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดให้เข้าถึงผู้บริโภคในสภาวะที่น้ำมันมีราคาสูง
ขณะที่ บริษัทไทวัสดุ ยังมีแผนรุกขยายการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มอีก 18 สาขา กำลังผลิตรวม 12.2 เมกะวัตต์ ในปี 2569
ระบบบริหารจัดการอัจฉริยะ
บริษัทฯนำระบบควบคุมจัดการเครื่องทำความเย็น Chiller Plant Manager System (CPMS) และระบบ Energy Management Information System (EMIS) มาใช้ในศูนย์การค้าจำนวน 15 แห่งทั้งในไทยและเวียดนาม เพื่อติดตามข้อมูลพลังงานแบบ real-time รวมถึงตรวจจับและแก้ไขความสูญเสียพลังงานได้อย่างรวดเร็ว
การขนส่งและคลังสินค้าสีเขียว
ปรับมาใช้รถบรรทุกและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวม 144 คัน ช่วยลดการใช้น้ำมันดีเซลได้สูงถึง 1,023,209 ลิตรต่อปี
เปลี่ยนมาใช้รถยกไฟฟ้า (Electric Forklift) ในคลังสินค้าแทนระบบก๊าซ LPG เพื่อลดมลพิษและต้นทุนในการดำเนินงาน
ยกระดับศูนย์กระจายสินค้าประเภท Non-food สู่มาตรฐาน ISO 50001 เพื่อบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ
ส่งผลให้ในปี 2568 สามารถลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 5% และตั้งเป้าลดต่อเนื่องมากกว่า 2% ต่อปีในปีถัดไป
การจัดการน้ำยั่งยืน
บริหารจัดการน้ำผ่านระบบติดตามอัจฉริยะในทุกหน่วยธุรกิจ โดยนำร่องติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ โรบินสันไลฟ์สไตล์ 9 สาขา ซึ่งลดการใช้น้ำได้เฉลี่ย 3,000 ลิตรต่อเดือนต่อสาขา พร้อมใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลน้ำจากคูลลิ่งทาวเวอร์และน้ำฝนกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้และสุขภัณฑ์ และตรวจสอบคุณภาพน้ำสม่ำเสมอ
ผนึกกำลังคู่ค้าผ่านโครงการ CRC Supply Chain Networking เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ ESG ร่วมกันในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งในด้านพลังงานและการจัดการขยะ รวมถึงนวัตกรรมที่สนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว พร้อมร่วมรณรงค์แคมเปญระดับโลก Earth Hour ปิดไฟ 1 ชั่วโมงพร้อมกันทั่วประเทศ ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้กว่า 0.12 ล้านหน่วยต่อปี
ช่วยเหลือผู้บริโภคในระยะสั้น ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้นให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ด้วยแนวทางส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ควบคู่ไปกับการคุมราคาสินค้า เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายวันให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ให้ทุกภาคส่วนสามารถประคองตัวไปพร้อมกันได้ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวน
“ในฐานะค้าปลีกและค้าส่งแนวหน้าของประเทศไทย เซ็นทรัล รีเทล พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง และไม่หยุดที่จะคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นในทุก ๆวัน เพราะเราเชื่อมั่นว่าการก้าวไปข้างหน้า คือการก้าวไปพร้อมกับความมั่นคงของสังคมในทุกมิติ เราจะไม่มองเพียงแค่ผลประกอบการ แต่จะเดินหน้าเป็นผู้นำที่กล้าขยับ ลงมือทำ พร้อมอยู่เคียงข้างให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์ เพื่อเป็นต้นแบบในการฝ่าวิกฤตพลังงานและร่วมสร้างโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน” น.ส.จริยา กล่าว
