HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับที่ 1,490 และ 1,470 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,520 และ 1,540 จุด แกว่งตามผลประกอบการไตรมาส 1/2569 สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาทะลุ 1,500 จุด ส่วนค่าเงินบาทธนาคารกสิกรไทยคาดเคลื่อนไหวที่ระดับ 31.70-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ต่างชาติซื้อหุ้น 7,319 ล้านบาท และเข้าตลาดพันธบัตรไทย 8,513 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (13-17 เม.ย. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,490 และ 1,470 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,520 และ 1,540 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้ผลิตและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมี.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมี.ค. ของจีน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ. ของญี่ปุ่นและยูโรโซน ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. ของยูโรโซน
ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นตลอดสัปดาห์ หลังตลาดคลายความกังวลบางส่วนต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
SET Index ปรับตัวขึ้นตั้งแต่วันทำการแรกของสัปดาห์หลังวันหยุดยาวท่ามกลางแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีปัจจัยหนุนหลัก ๆ จากรายงานข่าวที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งแม้จะยังคงมีความไม่แน่นอนแต่ก็นับเป็นสัญญาณเชิงบวกและช่วยคลายความกังวลบางส่วนต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดแรงซื้อหุ้นหลายกลุ่ม
ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนกลับมายืนเหนือ 1,500 จุดได้ในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยยังคงมีแรงหนุนต่อเนื่องจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวลงสวนทางภาพรวม เนื่องจากเผชิญแรงขายทำกำไรก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 อนึ่ง ตลาดยังคงติดตามประเด็นการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด
ในวันศุกร์ที่ 10 เม.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,506.84 จุด เพิ่มขึ้น 3.63% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 54,827.66 ล้านบาท ลดลง 11.63% ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.32% มาปิดที่ระดับ 216.01 จุด
ส่วนค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 16-17 เม.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 31.70-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาททยอยแข็งค่าผ่านแนว 32.00 ไปทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 1 เดือนที่ 31.87 บาทต่อดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับทิศทางการแข็งค่าของสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชียที่ได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกรับความหวังว่า สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทยอยคลี่คลายลง หลังสหรัฐฯ อิหร่าน และพันธมิตรของทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเพื่อเปิดทางไปสู่ขั้นตอนเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นอกจากนี้สถานะซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของต่างชาติ ก็เป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมของเงินบาทในระหว่างสัปดาห์ด้วยเช่นกัน
เงินบาทอ่อนค่าลงบางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ แต่กรอบการฟื้นตัวของเงินดอลลาร์ฯ ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากตลาดรอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นระหว่างอิสราเอลและเลบานอน และการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่จะเริ่มในวันที่ 11 เม.ย.นี้อย่างใกล้ชิด
ในวันศุกร์ที่ 10 เม.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.12 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.66 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 เม.ย.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 7-10 เม.ย. 2569 นั้น ซื้อสุทธิหุ้นไทย 7,319 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 8,513 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 9,275 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 762 ล้านบาท)
