MTC เปิดขายหุ้นกู้ชุดใหม่ 26-28 พ.ค.นี้ ชูดอกเบี้ย 2.85-4.10% ต่อปี

HoonSmart.com>> “เมืองไทย แคปปิตอล ” (MTC) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ 5 ชุด อายุ 3 -10 ปี ชูดอกเบี้ยคงที่ 2.85-4.10% ต่อปี อันดับความน่าเชื่อถือ “A-(tha)” แนวโน้มมี “เสถียรภาพ” ขายผู้ลงทุนทั่วไป คาดเปิดจองซื้อ 26 – 28 พ.ค.69 นี้

ปริทัศน์ เพชรอำไพ

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถในประเทศไทย เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่จำนวน 5 ชุด ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) คาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤษภาคม 2569 หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ “A-(tha)” แนวโน้มมี “เสถียรภาพ” โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างยื่นแบบแสดงรายงานข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ( ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้ MTC ทั้ง 5 ชุด มีรายละเอียด ดังนี้

หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.85]% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี 11 เดือน 29 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.00 – 3.10]% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี 11 เดือน 26 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.35 – 3.45]% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 8 ปี 1 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.85 – 3.95]% ต่อปี และ
หุ้นกู้ชุดที่ 5 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [4.00 – 4.10]% ต่อปี

หุ้นกู้ MTC ทั้ง 5 ชุด มีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ เว้นดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระในวันครบกำหนดไถ่ถอนของหุ้นกู้แต่ละชุด โดยคาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นี้ จองซื้อจำนวนขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท โดยวัตถุประสงค์การจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อไปใช้ชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ (roll-over) และ/หรือ ซื้อทรัพย์สิน ลงทุน หรือเป็นเงินค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่ร้อยละ 10 – 15 พร้อมคุมสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPL) ให้ไม่เกินร้อยละ 2.55 ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีสินเชื่อคงค้างจำนวน 183,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,981 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.56 จากสิ้นปี 2567 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่มีประกันที่มียอดคงค้างจำนวน 164,242 ล้านบาท

ยผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 30,739 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 6,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.17 และ 14.59% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้รวม 27,902 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 5,867 ล้านบาท โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้น จำนวน 502 สาขา ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีสาขารวมทั้งสิ้น 8,673 สาขา ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีกราว 400 สาขาในปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ ยังดำรงอัตราส่วนของสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (ค้างชำระเกิน 3 เดือน) ต่อลูกหนี้เงินให้สินเชื่อทั้งหมด (NPL Ratio) ที่ 2.53% ซึ่งอัตราส่วนดังกล่าวปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก ณ สิ้นปี 2567 ที่ 2.75% ทั้งนี้ Credit Cost ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.54 จากสิ้นปี 2567 ที่ 3.02%

“เมืองไทย แคปปิตอล ดำเนินธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ด้วยเป้าหมายในการยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินของผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้มาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากล โดยบริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 และได้รับการประเมินในระดับ AA ในปี 2568 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงการได้รับคะแนนการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (5 ดาว) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ได้แก่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), บริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW DEG), บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และ Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) เพื่อผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว สะท้อนบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance)” นายปริทัศน์ กล่าว

สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ MTC สามารถจองซื้อจำนวนขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้

• ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333 หรือจองซื้อผ่านแอปพลิเคชัน Bangkok Bank Mobile Banking สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา

• ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาจองซื้อทางออนไลน์ผ่านhttps://www.kasikornbank.com/kmyinvest ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) โทร. 02-888-8888 กด 869 และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

• ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Mobile Application – CIMB THAI) โทร. 02-626-7777

• ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 777 6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

• บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555 (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปฯ Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน))
• บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5555
• บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-658-5050
• บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-779-9000
• บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด โทร. 02-249-2999
• บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-820-0100
• บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004
• บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 1538 กด 1
• บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-009-8351-59
• บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-612-7164
• บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด โทร. 02-687-7543
• บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) โทร. 02-638-5500
• บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-055-5100 กด 1

หมายเหตุ:
– บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้
– การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน
คำเตือน: โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในร่างหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–