BBLAM คัด 5 กองทุนแนะนำเม.ย. ฝ่าสงคราม น้ำมันแพง ตลาดผันผวน

HoonSmart.com>>บลจ.บัวหลวง (BBLAM) คัด 5 กองทุนแนะนำประจำเดือนเม.ย. ท่ามกลางความขัดแย้งตะวันออกกลางยังไม่จบ แรงกดดันเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันแพง กลยุทธ์เน้น “เพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงาน-สินทรัพย์ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ตราสารหนี้คุณภาพสูง-ธีม AI เทค-ทอง-หุ้นคุณภาพสูงทั่วโลก” ผ่านกองทุน B-USPASSIVE, B-DYNAMIC BOND , B-INNOTECH , BGOLD, B-GLOBAL
 

 

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง หรือ BBLAM เผยกองทุนแนะนำ (B-SELECT) ประจำเดือนเม.ย.2569 ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ได้แก่

1) Energy Independence & Beneficiary Tilts
ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานโลกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มผันผวนในระดับสูงและมีทิศทางเอนเอียงขาขึ้น ในบริบทนี้ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ มีความยืดหยุ่นสูงและได้รับผลกระทบจำกัดเมื่อเทียบกับประเทศผู้นำเข้า ขณะที่กลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันดิบ มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยด้านอุปสงค์–อุปทานและ Geopolitical Risk Premium

กลยุทธ์: เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มพลังงานและสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมัน รวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่รองรับความผันผวนดังกล่าวได้ดีกว่า

กองทุนแนะนำ : B-USPASSIVE
 

2) Shorten Duration & Quality Tilt
แรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง อาจทำให้ธนาคารกลางชะลอการดำเนินนโยบายผ่อนคลาย หรือคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ Bond Yield โดยเฉพาะระยะยาวยังมีแนวโน้มผันผวนและทรงตัวในระดับสูง ขณะเดียวกัน การแข็งค่าของ USD และ Credit Spread ที่อยู่ในระดับตึงตัว ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในกลุ่มตราสารหนี้ โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ (EM)

กลยุทธ์: ลด Duration เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราผลตอบแทน และเน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูง เช่น US Treasury และ Structured Credit ระดับ AAA ซึ่งให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับความเสี่ยง

กองทุนแนะนำ: B-DYNAMIC BOND
 

3) AI Productivity Driving Growth with Policy Support
แม้ความไม่แน่นอนในระยะสั้นจะเพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มการเติบโตในระยะกลางยังคงได้รับแรงหนุนจากเทคโนโลยี AI และ Digital Transformation ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพ (Productivity) และสนับสนุนการเติบโตของกำไรบริษัท (EPS) อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การลงทุนด้าน AI (AI Capex) ยังได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งนโยบายการคลัง ขณะที่ การปรับฐานของตลาดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ระดับ Valuation ในบางกลุ่มกลับมาน่าสนใจมากขึ้น

กลยุทธ์: ลงทุนในธีม AI และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยเน้นการเข้าลงทุนแบบ Selective และใช้จังหวะการปรับฐานของตลาดเป็นโอกาสในการสะสม

กองทุนแนะนำ : B-INNOTECH
 

4) Diversification & Portfolio Hedges
ในสภาวะที่ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดยังอยู่ในระดับสูง การกระจายความเสี่ยงและการมีสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในพอร์ตยังคงมีความสำคัญ โดยเฉพาะทองคำ ซึ่งมีบทบาทเป็น Safe Haven และช่วยป้องกันความเสี่ยง ทั้งจากเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนของค่าเงิน และเหตุการณ์ไม่คาดคิดในตลาดโลก อีกทั้งการปรับฐานของราคาทองคำในบางช่วง ยังเปิดโอกาสในการเข้าลงทุนในระดับ Valuation ที่เหมาะสม

กลยุทธ์: เพิ่มการกระจายความเสี่ยงผ่านทองคำและสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง เพื่อเสริมเสถียรภาพของพอร์ตในช่วงตลาดผันผวน

กองทุนแนะนำ: BGOLD
 

5) Selective Quality Exposure in a High-Valuation Environment
แม้เศรษฐกิจโลกในปี 2026 ยังคงขยายตัวและสนับสนุนการเติบโตของกำไรบริษัท (Earnings Growth) อย่างต่อเนื่อง แต่ระดับ Valuation ของตลาดหุ้นโดยรวมยังอยู่ในโซนตึงตัว ประกอบกับความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน ส่งผลให้ Upside ของสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นมีข้อจำกัด และความผันผวนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางถึงยาว ยังมองเห็นโอกาสการลงทุนในหุ้น Quality Growth ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะบริษัทที่มีความสามารถในการรักษาอัตรากำไร (Margin Resilience) ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน มี Pricing Power สูง และมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ซึ่งมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอ หรือมีความไม่แน่นอนสูง

กลยุทธ์: คงมุมมองระมัดระวังต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น โดยเน้นการลงทุนแบบ Selective ในหุ้นคุณภาพสูงทั่วโลก เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตและการควบคุมความเสี่ยง

กองทุนแนะนำ: B-GLOBAL