เปิด “สินทรัพย์ดิจิทัล-คาร์บอนเครดิต” เป็นสินค้าใหม่ตลาด TFEX ก.ค.นี้

HoonSmart.com>>ก.ล.ต. ไฟเขียว “สินทรัพย์ดิจิทัล-คาร์บอนเครดิต” เป็นสินค้าอ้างอิงใหม่ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ก.ค.นี้ คาดคริปโต อีทีเอฟ ออกได้ไตรมาส 3

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. เตรียมแก้เกณฑ์ สินทรัพย์ดิจิทัล และ คาร์บอนเครดิต เป็นสินค้าอ้างอิงภายใต้ พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า สามารถเข้าซื้อขายในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (TFEX) ได้

โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญ เข้ามาออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงราคาสินทรัพย์ดิจิทัล โดยจะมีการปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่อรองรับการข้ามฝั่งเข้าสู่การบริหารผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงกับสินทรัพย์ดิจิทัล คล้ายกับโมเดลที่เคยเปิดให้ผู้ค้าทองคำเข้ามาทำแล้วใน Gold Futures

ทั้งนี้ ตลาด TFEX ต้องไปจัดทำมาตรฐานสัญญา ครอบคลุมการเลือกเหรียญคริปโตฯ ที่จะใช้อ้างอิง การกำหนด Margin และ Leverage รวมถึงกลไกบริหารความเสี่ยง ทั้งหมดต้องผ่านการอนุมัติจาก ก.ล.ต. ก่อนเปิดซื้อขายจริง

ด้าน คาร์บอนเครดิต ที่ให้เข้าซื้อขายในตลาด TFEX เพื่อยกระดับโครงสร้างตลาดคาร์บอนของไทยให้มีความเป็นสากลและเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขาย มีราคาอ้างอิง ที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีภาระต้องลดก๊าซเรือนกระจก สามารถใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าในการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาคาร์บอนเครดิตในอนาคต

ทั้งนี้ จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น ภายในเดือนเมษายน 2569 นี้ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน หากไม่มีประเด็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็ไม่จำเป็นต้องนำเข้าคณะกรรมการกำกับตลาดทุนอีก สามารถเริ่มจัดทำร่างประกาศได้ทันที

“คาดว่าเกณฑ์ต่าง ๆ น่าจะมีความชัดเจนและออกมาได้ในช่วงครึ่งปีหลัง หรือประมาณกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป”นายเอนก กล่าว

นายเอนก กล่าวว่ส ส่วนการออกคริปโต อีทีเอฟ (Crypto ETF) เพื่อให้นักลงทันรายย่อยลงทุนผ่านมืออาชีพ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและตรวจสอบข้อกฎหมาย และจะทำการรับฟังความคิดเห็น หากไม่มีการปรับปรุงแก้ไข คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ในไตรมาส 3 ของปี 2569

ทั้งนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงของนักลงทุน เพราะมีผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยคัดกรองคริปโต และดูแลสินทรัพย์ให้ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามตลาดด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้หลักการเดียวกับกองทุนรวมหุ้น (Equity Fund) หรือกองทุนประเภทอื่นๆ ที่มีมืออาชีพดูแล,เพิ่มความโปร่งใสและการตรวจสอบเส้นทางการถือครองแบบเรียลไทม์ และลดขั้นตอนการดำเนินงานและเพิ่มความคล่องตัวในการเปลี่ยนมือสินทรัพย์