PCE ขานรับรัฐคุมส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ลุยผลิต B100 รองรับในประเทศ

HoonSmart.com >> PCE รับนโยบายรัฐคุมส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 1 ปี เริ่ม 7 เม.ย.นี้  ฟากผู้บริหาร “พรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล” ระบุเดินหน้านำวัตถุดิบป้อนเข้าสู่ธุรกิจไบโอดีเซล B100 รองรับความต้องการในประเทศเพิ่มขึ้น ตอกย้ำ ! ศักยภาพโครงสร้างธุรกิจครบวงจร ดันรายได้ปีนี้นิวไฮ

พรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล

นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์  (PCE) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ออกประกาศควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ห้ามส่งออกนอกราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 1 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทฯ

เนื่องจาก บริษัทฯ สามารถนำน้ำมันปาล์มดิบที่เคยส่งออก มาเข้ากระบวนการผลิตเป็นไบโอดีเซล B100 (Methyl Ester) เพื่อรองรับความต้องการใช้ภายในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งการที่ภาครัฐปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 และให้ B20 เป็นทางเลือก ส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 6.0-8.0 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นการใช้น้ำมันปาล์มดิบประมาณ 2.0-2.2 ล้านตันต่อปี

การที่ภาครัฐจำกัดการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ทำให้นำน้ำมันปาล์มดิบกลับมาผลิตเป็นไบโอดีเซล B100 ได้มากขึ้น เพื่อผสมในน้ำมันดีเซลตามนโยบาย ลดเงินชดเชยของภาครัฐและค่าครองชีพของประชาชน

สำหรับ บริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด บริษัทในเครือ PCE พร้อมรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบที่ต้องส่งออกหรือผลผลิตใหม่ที่กำลังจะออกในอนาคต มาผลิตไบโอดีเซล B100 ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่ยั่งยืน ในราคายุติธรรมตามกลไกตลาด และส่งมอบให้ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ (Major Oil) ตามสัดส่วนการผสมที่ภาครัฐกำหนด ซึ่งบริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่ของประเทศ กำลังการผลิตไบโอดีเซลสูงกว่า 1.3 ล้านลิตร/วัน หรือ 40 ล้านลิตร/เดือน โดย PCE สามารถผลิตไบโอดีเซลได้เต็มกำลังการผลิต ส่งผลให้ต้นทุนลดลง รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน บริษัท ปาโก้เทรดดิ้ง จำกัด (PACO) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริษัทในเครือ PCE เป็นผู้รวบรวมและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบทั้งในและต่างประเทศรายใหญ่ของไทย กรณีห้ามส่งออกก็ไม่มีผลกระทบ เนื่องจากบริษัทมีฐานลูกค้าในภาคการผลิตเพื่อบริโภคและพลังงานรองรับอยู่แล้ว ส่งผลให้สามารถปรับทิศทางการจำหน่าย โดยเน้นตลาดในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานของบริษัท และมั่นใจได้ว่า มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตไบโอดีเซลอย่างต่อเนื่อง โดย PCE ยังมีโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบในกลุ่มบริษัท ซึ่งพร้อมรับผลผลิตปาล์มสดจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันต่อวัน ทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการระบบซัพพลายเชนได้อย่างมีเสถียรภาพ” นายพรพิพัฒน์กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีความโดดเด่นด้วยโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการจัดจำหน่าย โดยมีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งรองรับ และ PCE สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผ่านรถขนส่งน้ำมันปาล์ม น้ำมันไบโอดีเซล และสินค้าทั่วไปกว่า 160 คัน พร้อมด้วยกองเรือขนส่งอีก 13 ลำ

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังมีคลังสินค้าและท่าเทียบเรือในทำเลยุทธศาสตร์สำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีพื้นที่จัดเก็บน้ำมันปาล์มและน้ำมันไบโอดีเซลรวมกว่า 240,000 ตัน พร้อมรองรับด้วยท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ ช่วยเสริมขีดความสามารถในการกระจายสินค้าได้อย่างไร้รอยต่อ

รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร PCE กล่าวอีกว่า การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ ไม่เพียงรองรับนโยบายภาครัฐ แต่ยังเป็นโอกาสในการขับเคลื่อนพลังงานทดแทนที่ยั่งยืนอย่างไบโอดีเซล B100 รวมทั้งมั่นใจว่า รายได้ปี 2569 จะเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้