HoonSmart.com>>”ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก” (OR) ได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “AA+” ด้วยแนวโน้ม “คงที่” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดค้าปลีกน้ำมันของประเทศ ส่วนแบ่งตลาดประมาณ 40% และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ Lifestyle “ทริสฯ”มองฐานะการเงินแข็งแกร่ง ผลประกอบการปี 68 ดีเกินคาด EBITDAจะทรงตัวที่ประมาณ 21,000–22,500 ล้านบาทในช่วงปี 2569–2571

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เปิดเผยว่า การได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรจากบริษัททริสเรทติ้ง (TRIS Rating) ที่ระดับ AA+ ด้วยแนวโน้ม “คงที่” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ถือเป็นความภาคภูมิใจและตอกย้ำความเป็นผู้นำของ OR ในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในประเทศไทย ในฐานะที่เป็นหลักสำคัญในการกระจายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของกลุ่ม ปตท. ควบคู่ไปกับนโยบายบริหารการเงินที่มีความรอบคอบและมีประสิทธิภาพ
TRIS ให้ความเชื่อมั่นสูงใน OR โดยพิจารณาจากจุดแข็งหลายประการ ทั้งความเป็นผู้นำในตลาดปิโตรเลียมภายในประเทศด้วยส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 40% ในปี 2568 ความแข็งแกร่งของแบรนด์ PTT Station ที่มีสถานีบริการครอบคลุมทั่วประเทศจำนวน 2,410 แห่ง รองรับลูกค้ากว่า 3.9 ล้านรายต่อวัน รวมถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจ Lifestyle โดยเฉพาะ Café Amazon ที่มีสาขาในประเทศไทยถึง 4,705 สาขา ณ ปี 2568
ด้านผลการดำเนินงานในปี 2568 TRIS ระบุว่า OR มีผลประกอบการดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนจาก EBITDA ที่ฟื้นตัวอยู่ที่ 20,357 ล้านบาท พร้อมอัตรากำไรที่กลับสู่ระดับปกติ จากกำไรต่อลิตรที่ปรับตัวดีขึ้นในกลุ่มธุรกิจ Mobility และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจ Lifestyle นอกจากนี้ บริษัทยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสูงถึง 40,100 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 และมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA อยู่ในระดับต่ำกว่า 0.5 เท่า
ในระยะข้างหน้า TRIS คาดว่า EBITDA รายปีของบริษัทจะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 21,000–22,500 ล้านบาทในช่วงปี 2569–2571 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการขยายสาขา Café Amazon อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่ากลุ่มธุรกิจ Lifestyle จะสร้างกำไรในสัดส่วนเกือบ 40% ของ EBITDA ทั้งหมด แม้บริษัทยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากความผันผวนของราคาน้ำมันและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น
โดยมีสมมติฐานกรณีพื้นฐานว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยจะอยู่ที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2569 และปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 65 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากนั้น ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันในประเทศคาดว่าจะเติบโตในอัตราค่อนข้างจำกัดที่ประมาณ 0.7%-1.2% ต่อปีจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเผชิญแรงกดดันและการแข่งขันที่ยังอยู่ในระดับสูง
OR ยังคงรักษาสถานะ “บริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระดับสูง” ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (อันดับเครดิต “AAA/Stable”) ส่งผลให้อันดับเครดิตของ OR ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 1 ขั้นจากอันดับเครดิตเฉพาะองค์กรที่ระดับ “aa” บริษัทมุ่งมั่นสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมบริหารสถานะทางการเงินให้มีความเข้มแข็ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน
ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2568 หนี้สินรวมของบริษัทซึ่งไม่รวมหนี้สินจากสัญญาเช่าอยู่ที่จำนวน 1.33 หมื่นล้านบาท โดยหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนอยู่ที่จำนวน 3.2 พันล้านบาทซึ่งประกอบไปด้วยหนี้ของบริษัทย่อย ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมที่ 24.4%
