JMTกำไร JUMP+จาก1,000 ลบ.เป็น1,800 ลบ.ปี 71-JMARTกำไร 2 พันลบ.เร่งส่งลูกเข้าตลาดหุ้น

HoonSmart.com>>”เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส” (JMT) วาดแผนธุรกิจภายใต้โครงการ JUMP+ ช่วง 3 ปี (69-71) กำไรแตะ 1,800 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนทำได้ 1,030 ล้านบาท  ใช้ธุรกิจ AMC นำทัพ และลดค่าใช้จ่าย ส่วน “เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์” (JMART) ส่งบริษัทในกลุ่ม 4 แห่งเข้าตลาดหุ้น หนุนกำไรพุ่งแตะ 2,000 ล้านบาทจากปีก่อนขาดทุน 162 ล้านบาท 

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) เข้าร่วมโครงการ JUMP+  ประกาศแผนธุรกิจ 3 ปี (2569-2571) คาดปี 2571 ตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิเติบโตสู่ระดับ 1,800 ล้านบาท จากระดับ 1,030 ล้านบาทในปี 2568 ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอย่างมีคุณภาพ ยกระดับและเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Transformation) สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลาง (Data-driven Organization)  วางโครงสร้างการเติบโตบน 3 แกนหลัก คือ “Growth, Profitability & Efficiency และ Stability” พร้อมเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญ

กลยุทธ์หลักของ JMT คือ การนำ AI ช่วยยกระดับการดำเนินงานธุรกิจบริหารหนี้ตลอดทั้ง Value Chain ตั้งแต่การวิเคราะห์และคัดเลือกพอร์ตหนี้ การจัดกลุ่มลูกหนี้จนถึงการติดตามและบริหารทรัพย์สิน (NPAs) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและลดต้นทุน

“ตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำไรธุรกิจ AMC จาก 68.4% เป็นมากกว่า 69.5% และลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ก่อนตั้งสำรอง ECL) จาก 16.2% เหลือต่ำกว่า 15.5% ภายในปี 2571 โดยยังคงให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงินกำหนดวงเงินซื้อพอร์ตหนี้เฉลี่ยไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี และรักษาอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ให้อยู่ต่ำกว่า 1 เท่า จากปัจจุบันที่ระดับ 0.36 เท่า เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงินระยะยาว”นายสุทธิรักษ์กล่าว

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรม AMC  ปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งสะท้อนทั้งความท้าทายและโอกาสในการเข้าถึงพอร์ตที่มีศักยภาพ  บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์อย่างมีวินัย ควบคู่กับการใช้ข้อมูล และเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลและ ESG อย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาระบบต่อต้านการทุจริต การกำกับดูแลการใช้ AI และการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ปัจจุบัน JMT ดำเนินธุรกิจหลัก 4 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจติดตามเร่งรัดหนี้ ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจนายหน้าประกันภัย ส่วนผลการดำเนินงานในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา (2565-2568) มีกำไรสุทธิ 1,745.57 ล้านบาท,2,010.66 ล้านบาท ,1,615.22 ล้านบาท และ 1,029.56 ล้านบาท ตามลำดับ

ทางด้านนายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART) คาดการดำเนินธุรกิจตามแผน Jump+คาดกำไรแตะ 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ตั้งเป้าส่งบริษัทในกลุ่มที่มีศักยภาพ 4 บริษัท กลุ่มเช่าซื้อ, อาหารและเครื่องเครื่องดื่ม  สุกี้ตี๋น้อย รวมทั้งธุรกิจดิจิทัล เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น SETและ mai  ส่วนผลการดำเนินงานในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา (2565-2568) มีกำไรสุทธิ(ขาดทุนสุทธิ)  1,794.96  ล้านบาท ,-447.01 ล้านบาท,1,140.85 ล้านบาทและ -161.84 ล้านบาท  ตามลำดับ