บล.CGSI เชียร์ “เพิ่มน้ำหนัก” กลุ่มการแพทย์ ชู  BDMS หุ้น Top pick

HoonSmart.com>> บล. CGSI แนะ “เพิ่มน้ำหนัก” กลุ่มการแพทย์  มองทิศทางโรงพยาบาลพรีเมียมในไทย กับโมเดลธุรกิจที่จะสร้างสมดุลการเติบโตในระยะยาว  ชู  BDMS หุ้น Top pick ตามด้วย BH และ PR9

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ได้วิเคราะห์ผู้ประกอบการโรงพยาบาลระดับพรีเมียม 3 แห่ง ได้แก่ BDMS, BH และ PR9 ในประเด็นกลยุทธ์ทางธุรกิจและเปรียบเทียบกัน เพื่อดูว่าโรงพยาบาลใดน่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่า

โดย BDMS ถือว่ามีโมเดลธุรกิจที่ป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้างได้ดีที่สุด เนื่องจากเครือข่ายโรงพยาบาลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศและระบบส่งต่อผู้ป่วยแบบ “hub-and-spoke” ช่วยให้ BDMS สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้ในทุกขั้นตอนของการรักษา
พร้อมทั้งรักษาอำนาจต่อรองกับบริษัทประกันและลูกค้าองค์กร

ดังนั้น เมื่อรวมกับฐานผู้ป่วยที่มีความหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้ป่วยในประเทศ, ผู้ป่วยที่มีประกันสุขภาพและผู้ป่วยชาวต่างชาติ ฝ่ายวิเคราะห์ฯจึงเชื่อว่าแพลตฟอร์มแบบบูรณาการของ BDMS จะทำให้บริษัทยังคงมีกำไรที่แข็งแกร่ง แม้จะไม่เติบโตสูงเหมือนคู่แข่ง

สำหรับ BH นั้น มองว่าในกลุ่มโรงพยาบาลไทย BH โดดเด่นที่สุดด้านแบรนด์พรีเมียมและความเชี่ยวชาญทางการแพทย์
มีชื่อเสียงระดับโลกด้านการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนสูงและการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (medical tourism) จึงช่วยให้ BH มีอำนาจในการกำหนดราคาและมีอัตรากำไรสูงกว่า

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าขอบเขตการดำเนินงานที่ค่อนข้างแคบและการพึ่งพาผู้ป่วยชาวต่างชาติ ทำให้ผลกำไรของบริษัทอ่อนไหวกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มการเดินทางระหว่างประเทศ ดังนั้น แม้ว่าโมเดลธุรกิจของ BH มีความได้เปรียบทางการแข่งขันที่แข็งแกร่ง แต่ก็กระจุกตัว

ส่วน PR9 ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่าตำแหน่งของ PR9 อยู่กึ่งกลางระหว่างผู้ให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางในประเทศและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดยศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่นำโดยแพทย์ของ PR9 สร้างโมเดลการดูแลรักษาแบบบูรณาการที่เน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และทำให้ผู้ป่วยยังคงใช้บริการของโรงพยาบาล

ดังนั้น แม้ว่า PR9 จะมีขนาดเล็กกว่าและฐานผู้ป่วยไม่หลากหลายเหมือน BDMS หรือยังไม่มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงระดับโลกแบบ BH แต่ศักยภาพการเติบโตของบริษัทมาจากการขยายบริการทางการแพทย์ โดยเน้นไปยังการรักษาเฉพาะด้านในเชิงลึกและการค่อยๆสร้างฐานผู้ป่วยชาวต่างชาติ ซึ่งทำให้ความได้เปรียบของ PR9 ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของบริษัทเอง

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า หลังจากนำเสนอบทวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 6 มี.ค.69 ได้ปรับประมาณการ EPS ในปี 69-71 ลง 3-6% เพื่อสะท้อนกำไรที่มีแนวโน้มลดลงจากความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์, เศรษฐกิจประเทศที่อ่อนตัว และเงื่อนไข co-payment ของประกันสุขภาพ โดยมองว่า PR9 น่าจะได้รับผลกระทบมากกว่า BDMS และ BH

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ได้มีการทำประเมินโรงพยาบาลระดับพรีเมียมทั้ง 3 แห่ง ผ่าน 6 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย โมเดลการให้บริการแบบครบวงจร, แนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์, ความเสี่ยงจากการคุมค่าใช้จ่ายของบริษัทประกัน, ความทนทานต่อเศรษฐกิจที่ซบเซา, ปัจจัยด้าน ESG และการประเมินมูลค่า ซึ่ง BH มีคะแนนสูงสุดที่ 4.2 จาก 5 รองลงมาคือ BDMS ที่ 4.0 และ PR9 ที่ 3.8 จึงปรับเป้า P/E การคำนวณราคาเป้าหมายตามนี้

ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มการแพทย์เริ่มปรับตัวลงตั้งแต่ไตรมาส 2/66 และปรับตัวลงอีกหลังเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน โดย BH -22%, BDMS -14%, PR9 -13%

อย่างไรก็ตาม พบว่า ราคาหุ้นปรับตัวลงน้อยกว่าช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 โดย BH -38%, BDMS -30%, PR9 -22% ซึ่งช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการหยุดชะงักนานกว่าและไม่มีผู้ป่วยชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการ

ดังนั้น จึงมองว่ากลุ่มการแพทย์น่าจะมี downside จำกัด และยังแนะนำ ให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) โดย BDMS ยังเป็นหุ้น Top pick ตามด้วย BH และ PR9

ทั้งนี้ downside risk จะมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ, ราคาน้ำมันแพง, เศรษฐกิจโลกชะลอตัวรุนแรง, การบริโภคในประเทศลดลง และบริษัทประกันคุมเข้มค่าใช้จ่าย ส่วนปัจจัยบวกคือ การที่ความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง, การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ฟื้นตัว และการแข่งขันในตลาดพรีเมียมไม่รุนแรง