HoonSmart.com>>ศบก.ยันกองทุนฯ ยังอุ้มราคาน้ำมันดีเซลไหวที่ 33 บาท/ลิตร ขายปลีกต้องปรับขึ้นตามต้นทุน จัดหา LNG เพิ่ม ปรับแผนใช้ถ่านหิน-พลังน้ำ ลั่นไฟฟ้าไม่ขาด บล.เอเซีย พลัส ชี้สงครามพักรบ กดน้ำมันร่วงแตะ 100 เหรียญฯ หุ้นโลกฟื้น ไทยบวก แนะเก็งกำไรช่วงสั้น เน้น SET 100 ราคาร่วงเกิน 15% จาก 3 ธีม ลุ้น ครม.ใหม่เข็นนโยบาย Quick Win ฟื้นเศรษฐกิจ
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนอย่างมาก ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกไทยจำเป็นต้องปรับสูงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง อย่างไรก็ตามทางกองทุนน้ำมันฯ ยังคงทำหน้าที่เข้ามาดูแลเพื่อให้ราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุด แต่จะสามารถตรึงเพดานราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 33 บาท/ลิตรได้นานเพียงใดนั้น ยังต้องติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งในช่วงความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ราคาน้ำมันดีเซลในไทยขึ้นไปถึง 35 บาท/ลิตร
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ กล่าวว่า กองทุนน้ำมันฯ ยังมีศักยภาพเพียงพอ แม้จะอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติ แต่ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะยุติลงแต่ไม่ได้หมายความว่าราคาน้ำมันจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว โดยจะอยู่ในระดับสูงแล้วค่อย ๆ ลดลง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลาย ๆ พื้นที่ในกลุ่มประเทศอาหรับได้รับผลกระทบจากการสู้รบ กว่าจะฟื้นฟูให้กลับมาอยู่กำลังการผลิตเดิมคงต้องใช้เวลา ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในหลายประเทศยังมีความต้องการใช้น้ำมันอยู่ จึงขอย้ำให้ประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษกกกพ. กล่าวว่าสถานการณ์พลังงานโลกมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะปัจจัยทางด้านภูมิศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อปริมาณและราคา LNG ในตลาดโลก โดยในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.จะเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนของประเทศไทยจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเป็นประจำทุกปี จึงจำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการทั้งในด้านปริมาณ และราคาอย่างรอบคอบ
“ทางกกพ. ได้บริหารจัดการ LNG มาสำรองให้เพียงพอ ติดตามทิศทางราคาในตลาดโลก และจะมีการสร้างหลักประกันให้เกิดสร้างความมั่นใจว่าระบบพลังงาน ระบบไฟฟ้าในประเทศไทยจะมีเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอและไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนในระยะสั้น โดยร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และผู้จัดหาเชื้อเพลิงในการกระจายไปยังแหล่งอื่น ๆ ในตลาดโลกที่มีความปลอดภัยและปรับแผน เพื่อเป็นหลักประกันว่า ราคา LNG ที่ได้มาเหมาะสมและเป็นธรรม”
นอกจากนี้ ได้ปรับแผนการนำเข้า SPOT LNG เพิ่มเติมในเดือนมี.ค.-เม.ย. อีก 3 ลำเรือ ซึ่งปัจจุบันได้จัดหามาแล้ว 2 ลำเรือสำหรับเดือนเม.ย. ส่วนเรือลำที่สามอาจจะยังไม่จำเป็นในขณะนี้ แต่สถานการณ์ยังไม่ได้น่าวางใจ จึงยังเฝ้าติดตามสถานการณ์ ส่วน LNG คงคลัง ยังอยู่ในระดับสูง และเพียงพอสำหรับรองรับปริมาณความต้องการใช้ของประเทศได้ แต่กกพ.ได้มีการกำชับว่า การจัดหา SPOT LNG ทุกครั้งจะต้องมีการแข่งขันราคา ซึ่งให้เป็นไปตามระเบียบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในด้านราคา
สำหรับการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ได้เพิ่มการผลิตจากถ่านหิน พลังน้ำ และเพิ่มการใช้ก๊าซในอ่าวไทย ซึ่งในเดือนมี.ค. 2569 ช่วยลดการนำเข้า LNG ลงได้ถึง 70% ของเรือหนึ่งลำ ทำให้สะท้อนความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าในประเทศไทย ที่จะสามารถบริหารจัดการเรื่องของเชื้อเพลิงในยามวิกฤต
ทางด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ภาพรวมตลาดการลงทุนเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียด จากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ระบุว่ากำลังพูดคุยเพื่อยุติสงคราม และเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 5 วัน แม้ฝั่งอิหร่านจะออกมายืนยันว่าไม่มีการเจรจาใดๆ ทำให้ตลาดผันผวนและอารมณ์ของตลาดที่ผ่อนคลายลงชั่วคราวนี้ ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบโลกย่อตัวลงแรง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 10% จนหลุดระดับ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และ WTI ดิ่งลง 10.2% สู่ระดับ 88.1 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงตลาดหุ้นเอเชียที่ทยอยดีดตัวกลับ
อย่างไรก็ตามขอเตือนว่ายังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งยังไม่สามารถกลับมาได้ปกติ และสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ชี้ว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นการหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) และอาจกลับมากดดันตลาดหุ้นได้ในระยะถัดไป
ขณะเดียวกันมีปัจจัยบวกในประเทศสนับสนุน การเมืองไทยฉลุย ลุ้น ครม.ใหม่คลอดนโยบาย “Quick Win” หนุน GDP คาดว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่และประชุมนัดแรกได้ในช่วงต้นถึงกลางเดือนเม.ย. 2569 คาดหวังการเร่งผลักดันนโยบายที่เห็นผลทันตา (Quick Win) เพื่อกอบกู้สถานการณ์เศรษฐกิจที่หลายสถาบันชั้นนำคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่ำเพียงเฉลี่ย 1.8% ในปีนี้ นโยบายที่สำคัญ อาทิ โครงการคนละครึ่ง พลัส (Phase 2), การคุมราคาค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย, นโยบายปิดหนี้ไวไปต่อได้ PLUS, บัญชีออมส่วนบุคคล (TISA) และ BOI FAST PASS

“กลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรสั้นๆ ในหุ้นย่อลึก รับอานิสงส์พลังงานลด จากหุ้นเดือนมี.ค.ปรับฐานลงแรงถึง -8.6% (MTD) หนักที่สุดในรอบ 6 ปีนับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 ทำให้มีหุ้นในกลุ่ม SET100 กว่า 46 บริษัท ลดลงเกิน -15% โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มเด่น ได้แก่
หุ้นอิงต้นทุนแปรตามพลังงาน: ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง แนะนำ BGRIM, GPSC, BA, GLOBAL, HMPRO และ CBG
หุ้นอิงการท่องเที่ยว: แนะนำ BH, CENTEL และ MINT
หุ้นกลุ่มการเงิน: แนะนำ TIDLOR และ MTC
วันที่ 24 มี.ค.2569 ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นแรง โดยตลาดเอเชียนำโดยฮ่องกง +2.79% เกาหลีใต้ +2.74% ส่วนหุ้นไทย เพิ่มขึ้น เพียง 0.93% บวก 13.05 จุด ดัชนี SET ปิดที่ 1,410.39 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 61,545.76 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อเล็กน้อย 618.19 ล้านบาท จากเมื่อวานนี้ทิ้งมากถึง -6,257.21 ล้านบาท สถาบันก็ซื้อด้วย 572.62 ล้านบาท พอร์ตบล.ซื้อ 639.25 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนไทยทำกำไร 1,803.06 ล้านบาท
ค่าเงินบาทแข็งค่าปิดที่ 32.56-32.58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แกว่งตามราคาทองในประเทศ พุ่งขึ้น 1,400 บาท Gold Spot ซื้อขายที่ 4,426.40 เหรียญ บวก 19.10 เหรียญ ณ เวลาประเทศไทย 17.35 น.

