CGSI เชียร์ “ซื้อ” PTTEP อัพเป้าราคา 165 บาท อานิสงส์น้ำมันแพง

HoonSmart.com >> บล. CGSI แนะ “ซื้อ” PTTEP  อัพราคาเป้าหมายเป็น 165 บาท ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ประเมินราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุก 1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลจะทำให้ประมาณการกำไรสุทธิในปีนี้เพิ่มขึ้น 24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

 

ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ   CGSI  แนะนำ “ซื้อ”  PTTEP (ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ) พร้อมปรับราคาเป้าหมายของ PTTEP ขึ้นเป็น 165 บาท จากเดิม 140 บาท โดยปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันเป็น 78 ดอลลาร์/บาร์เรลในปี 69 ส่งผลให้ประมาณการ EBITDA ปรับเพิ่มขึ้น โดยเชื่อว่าบริษัทจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งยังช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 69 ที่ระดับ 6.5% ส่วนปัจจัยหนุนราคาหุ้นเพิ่มเติม มาจากต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่ความเสี่ยงยังคงมีโอกาสในการบันทึกการด้อยค่าสินทรัพย์

บทวิเคราะห์ระบุว่า สินทรัพย์ของ PTTEP ในตะวันออกกลาง มีสัดส่วนปริมาณขายราว 11% ของปริมาณขายรวมของปี 68 ซึ่งประกอบด้วยก๊าซธรรมชาติ 35kboe/d และคอนเดนเสท 16kboe/d โดย PTTEP ถือหุ้น 2% ในโครงการ Oman Block 6 (น้ำมัน/คอนเดนเสท) และถือหุ้น 20% ในโครงการ Oman Block 61 (แหล่งก๊าซในประเทศ มีปริมาณ 35kboe/d ในปี 68)

ตามรายงานของ Bloomberg ระบุว่า รัฐบาลโอมานมีคำสั่งอพยพเรือออกจากท่าเรือส่งออกน้ำมัน Mina Al Fahal ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ฯ คาดว่า จะกระทบปริมาณขายจากโอมานของ PTTEP และอาจทำให้ปริมาณขายลดลง 2.3% หรือกระทบกำไรสุทธิ 2.0% หากการดำเนินงานหยุดชะงักนานหนึ่งไตรมาส นอกจากนี้ PTTEP ยังถือหุ้น 10% ในโครงการ Ghasha ใน UAE ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยก่อนหน้านี้บริษัทตั้งเป้าผลิตก๊าซจากแหล่ง Dalma ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัมปทาน Gasha ที่ระดับ 240mmscfd ภายในเดือนเม.ย. 69 (เป้าหมายทั้งปี 4.4kboe/d) อย่างไรก็ตาม โครงการต้องหยุดก่อสร้างชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ PTTEP ยังถือหุ้นอีก 2% ในโครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมกลางน้ำ (midstream) ใน UAE ซึ่งใช้สำหรับการดำเนินงานภายในประเทศ และยังไม่ถูกกระทบจากการโจมตีของอิหร่าน

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า การที่กาตาร์ระงับการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทำให้ PTTEP ต้องร่วมมือกับรัฐบาลไทยเพื่อรักษาความมั่นคงด้านก๊าซภายในประเทศ โดยเพิ่มกำลังการผลิตจากแหล่งก๊าซในประเทศ โดยเฉพาะแหล่งอาทิตย์ที่เพิ่มกำลังจาก 330mmscfd เป็น 380mmscfd รวมทั้งการเลื่อนการซ่อมบำรุงบางส่วนของแหล่ง G1/G2 ซึ่งคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มปริมาณก๊าซได้เล็กน้อยที่ราว 50–75mmscfd (ประมาณ 1kboe/d หากเพิ่มการผลิตต่อเนื่อง 1 เดือน) ซึ่งน่าจะเพียงพอชดเชยปริมาณก๊าซที่ขาดไปจากโครงการ Dalma เริ่มการผลิตช้ากว่ากำหนด

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า ปริมาณขายของ PTTEP หนึ่งในสามเป็นน้ำมัน/คอนเดนเสท ซึ่งได้ประโยชน์ในช่วงที่น้ำมันอยู่ในขาขึ้น ขณะที่บริษัททำสัญญาป้องกันความเสี่ยง (hedging) ครอบคลุมปริมาณน้ำมันประมาณ 22 ล้านบาร์เรล หรือประมาณ 35% ของปริมาณขายในปี 69 โดยกำหนดราคาต่ำสุดไว้ที่ 67 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และราคาเพดานสูงสุดไว้ที่ 85- 90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ส่วนราคาก๊าซจะอิงจากราคาน้ำมัน แต่จะมี lag time ประมาณ 6-12 เดือน รวมทั้งดัชนีราคาผู้ผลิต (producer price index) หรือดัชนีผลผลิตหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์(machinery and tool index) ซึ่งเมื่อรวมกับผลกระทบจาก hedge loss แล้ว ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นทุก 1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิในปี 69 ของ PTTEP เพิ่มขึ้น 24 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 30-35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หากไม่มีการทำ hedging