AMATAV คาดปี’69 กำไรพุ่ง 3 เท่า 3 นิคมดาวเด่น-นโยบายรัฐหนุน

HoonSmart.com>>อมตะ วีเอ็น คาดรายได้-กำไร ปี 2569 โต 3 เท่า เดินหน้าโครงการใหม่ หากรัฐบาลส่งมอบที่ดินเฟสแรกได้ภายในปีนี้ สามารถเริ่มลงทุนสร้างรายได้ทันที 

นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริษัท อมตะ วีเอ็น (AMATAV) หรือ อมตะ เวียดนาม กล่าวว่า ปี 2569  จะมีรายได้และกำไรสุทธิเติบโตอย่างต่ำ 3 เท่าจากปี 2568 ที่โต 5 เท่า โดยนิคมดาวเด่นที่ทำรายได้หลักมาจาก 3 แห่ง ได้แก่ โครงการ ถั่น (Long Thanh) ฮาลอง (Ha Long) และกวางจิ (Quang Tri)
<span;>นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีโครงการใหม่ล่าสุด  Amata City Phu เนื้อที่ 470 เฮกตาร์ (Hectare) เกือบๆ 3,000 ไร่ หากรัฐบาลเวียดนามสามารถส่งมอบที่ดินเฟสแรกได้ในปีนี้ จะสามารถลงทุนและก็สามารถที่จะค้าขายได้

“ฉะนั้นปัจจุบันนี้เรามีนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดคือ 5 จังหวัด  5 พื้นที่มีลูกค้าทั้งหมด 220 ราย โดยลูกค้า 170 ราย อยู่ที่นิคมแรกที่เราลงทุนไปเมื่อ 31 ปีที่แล้ว ซึ่งวันนี้เหลือเฟสสุดท้ายแล้วที่เรากำลังจะเปิด แล้วเราก็มีลูกค้าจองเอาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว โดยประมาณก็อยู่อีกสัก 4-5 โรงงานก็จบแล้วสำหรับโครงการที่ 1″นางสมหะทัย กล่าว

นางสมหะทัย กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทมีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามทั้งหมด ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 20,000 ไร่ ในภาคเหนือ กลาง แล้วก็ใต้ โดย 31 ปีที่ผ่านมาเริ่มลงทุนทางภาคใต้ ติดกับโฮจิมินห์ แล้วก็ขยายมาภาคใต้แห่งที่ 2 จากนั้นก็ขึ้นไปภาคเหนือเป็นอันที่ 3 และลงมาภาคกลางเป็นแห่งที่ 4 และปัจจุบันไปได้แห่งที่ 5 ภาคเหนืออีกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ติดกับฮานอย

ประเทศเวียดนาม ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 ที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างการบริหารประเทศครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา ทั้งการควบรวมกระทรวงและจังหวัด สะท้อนความจริงจังของนโยบาย ทำให้การอนุมัติด้านเศรษฐกิจและการลงทุนรวดเร็วขึ้นตามจังหวัดได้เลย ไม่ต้องผ่านส่วนกลางที่กรุงฮานอยอีกต่อไป

นโยบายดังกล่าว เป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นผลดีให้กับ อมตะ วีเอ็น ในการโตขึ้น โดยเวียดนามเชื่อมั่นการรวมกันแบบนี้ จะทำให้เศรษฐกิจ หรือ GDP นับต่กนี้เติบโตได้ปีละ 10% ไม่ยาก

นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้ดีมาก จากก่อนหน้าเกิน 10% วันนี้อยู่ประมาณ 3% – 4% ไม่เกินนี้ ต่อให้ GDP Growth ก็จะอยู่ประมาณ

รวมถึงการค้ารวม หรือ  Total Trade จะสูงตลอด แม้กระทั่งโควิดก็ยังเป็นบวก ทั้งส่งออกและก็นำเข้าก็เติบโตต่อเนื่อง

การส่งออกหลักไปอเมริกา ส่วนนำำเข้าหลักมาจากจีน สองประเทศนี้เรียกว่าเด่นมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผลกระทบกับเวียดนามหลักๆ เลยคือ US Tariff ที่เกิดขึ้น ประเทศจีนจึงย้ายฐานการผลิตมาที่เวียดนามเลย

​สำหรับ ประเทศหลักๆ ที่เข้ามาลงทุน เมื่อปีที่แล้วก็จะเป็นสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และฮ่องกงหรือจีน ที่ถือเป็นเพื่อนสนิทของคนเวียดนาม โดยเฉพาะเกาหลีใต้ แม้จะลงทุนในไทยด้วย แต่ลงทุนในเวียดนามสูงเกิน 10 เท่าที่ลงทุนในไทย รวมแม้กระทั่งคนเกาหลีที่อาศัยอยู่ในเวียดนามก็มีมากกว่าอยู่ไทย 10 เท่าบวก

“เพราะฉะนั้นทั้ง 4  ประเทศนี้ ลงทุนในเวียดนามสูงสุด ตลาดของอมตะ ที่อยู่ที่นั่นเช่นเดียวกัน ก็จะ Focus ไปกับลูกค้กลุ่มนี้”นางสมหะทัย กล่าว