HoonSmart.com>>อมตะ วีเอ็น คาดรายได้-กำไร ปี 2569 โต 3 เท่า เดินหน้าโครงการใหม่ หากรัฐบาลส่งมอบที่ดินเฟสแรกได้ภายในปีนี้ สามารถเริ่มลงทุนสร้างรายได้ทันที

นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริษัท อมตะ วีเอ็น (AMATAV) หรือ อมตะ เวียดนาม กล่าวว่า ปี 2569 จะมีรายได้และกำไรสุทธิเติบโตอย่างต่ำ 3 เท่าจากปี 2568 ที่โต 5 เท่า โดยนิคมดาวเด่นที่ทำรายได้หลักมาจาก 3 แห่ง ได้แก่ โครงการ ถั่น (Long Thanh) ฮาลอง (Ha Long) และกวางจิ (Quang Tri)
<span;>นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีโครงการใหม่ล่าสุด Amata City Phu เนื้อที่ 470 เฮกตาร์ (Hectare) เกือบๆ 3,000 ไร่ หากรัฐบาลเวียดนามสามารถส่งมอบที่ดินเฟสแรกได้ในปีนี้ จะสามารถลงทุนและก็สามารถที่จะค้าขายได้
“ฉะนั้นปัจจุบันนี้เรามีนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดคือ 5 จังหวัด 5 พื้นที่มีลูกค้าทั้งหมด 220 ราย โดยลูกค้า 170 ราย อยู่ที่นิคมแรกที่เราลงทุนไปเมื่อ 31 ปีที่แล้ว ซึ่งวันนี้เหลือเฟสสุดท้ายแล้วที่เรากำลังจะเปิด แล้วเราก็มีลูกค้าจองเอาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว โดยประมาณก็อยู่อีกสัก 4-5 โรงงานก็จบแล้วสำหรับโครงการที่ 1″นางสมหะทัย กล่าว
นางสมหะทัย กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทมีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามทั้งหมด ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 20,000 ไร่ ในภาคเหนือ กลาง แล้วก็ใต้ โดย 31 ปีที่ผ่านมาเริ่มลงทุนทางภาคใต้ ติดกับโฮจิมินห์ แล้วก็ขยายมาภาคใต้แห่งที่ 2 จากนั้นก็ขึ้นไปภาคเหนือเป็นอันที่ 3 และลงมาภาคกลางเป็นแห่งที่ 4 และปัจจุบันไปได้แห่งที่ 5 ภาคเหนืออีกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ติดกับฮานอย
ประเทศเวียดนาม ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 ที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างการบริหารประเทศครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา ทั้งการควบรวมกระทรวงและจังหวัด สะท้อนความจริงจังของนโยบาย ทำให้การอนุมัติด้านเศรษฐกิจและการลงทุนรวดเร็วขึ้นตามจังหวัดได้เลย ไม่ต้องผ่านส่วนกลางที่กรุงฮานอยอีกต่อไป
นโยบายดังกล่าว เป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นผลดีให้กับ อมตะ วีเอ็น ในการโตขึ้น โดยเวียดนามเชื่อมั่นการรวมกันแบบนี้ จะทำให้เศรษฐกิจ หรือ GDP นับต่กนี้เติบโตได้ปีละ 10% ไม่ยาก
นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้ดีมาก จากก่อนหน้าเกิน 10% วันนี้อยู่ประมาณ 3% – 4% ไม่เกินนี้ ต่อให้ GDP Growth ก็จะอยู่ประมาณ
รวมถึงการค้ารวม หรือ Total Trade จะสูงตลอด แม้กระทั่งโควิดก็ยังเป็นบวก ทั้งส่งออกและก็นำเข้าก็เติบโตต่อเนื่อง
การส่งออกหลักไปอเมริกา ส่วนนำำเข้าหลักมาจากจีน สองประเทศนี้เรียกว่าเด่นมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผลกระทบกับเวียดนามหลักๆ เลยคือ US Tariff ที่เกิดขึ้น ประเทศจีนจึงย้ายฐานการผลิตมาที่เวียดนามเลย
สำหรับ ประเทศหลักๆ ที่เข้ามาลงทุน เมื่อปีที่แล้วก็จะเป็นสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และฮ่องกงหรือจีน ที่ถือเป็นเพื่อนสนิทของคนเวียดนาม โดยเฉพาะเกาหลีใต้ แม้จะลงทุนในไทยด้วย แต่ลงทุนในเวียดนามสูงเกิน 10 เท่าที่ลงทุนในไทย รวมแม้กระทั่งคนเกาหลีที่อาศัยอยู่ในเวียดนามก็มีมากกว่าอยู่ไทย 10 เท่าบวก
“เพราะฉะนั้นทั้ง 4 ประเทศนี้ ลงทุนในเวียดนามสูงสุด ตลาดของอมตะ ที่อยู่ที่นั่นเช่นเดียวกัน ก็จะ Focus ไปกับลูกค้กลุ่มนี้”นางสมหะทัย กล่าว
