HoonSmart.com>> ทุกวินาทีมีค่า! “ทรู” ผนึก “กสทช.และโรงพยาบาลศิริราช” นำพลังทรู 5G หนุน “รถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่”มอบซิม 5G ดาต้าไม่อั้น เพื่อเชื่อมส่งภาพ CT Scan และTeleconsult แบบเรียลไทม์ เพิ่มโอกาสรักษาผู้ป่วยในช่วงเวลาทอง

ทุกวินาทีคือชีวิต เมื่อเผชิญกับโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน การเข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดที่จะช่วยรักษาชีวิตและลดความพิการของผู้ป่วย
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำศักยภาพของเครือข่าย True 5G สนับสนุนภารกิจการแพทย์ฉุกเฉิน โดย นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการสำนักงานกสทช. และนายวรภัทร งานเจตวรกุล หัวหน้าฝ่ายขายธุรกิจองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น มอบซิม 5G พร้อมแพ็กเกจดาต้าไม่อั้น ระยะเวลา36 เดือน มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เพื่อสนับสนุนการใช้งานในหน่วยรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่(Mobile Stroke Unit) ของโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 21 แห่ง ทั่วประเทศ โดยเป็นส่วนหนึ่งในโครงการรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา มีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉิน และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

การปฏิบัติงานบนรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ จำเป็นต้องอาศัยศักยภาพเครือข่ายสื่อสารที่มีความหน่วงต่ำและมีความเสถียรสูง เพื่อรองรับการส่งภาพ CT scan สมอง และการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางไกล (Teleconsult) แบบเรียลไทม์ ด้วยศักยภาพของ True 5G จะทำให้ทีมแพทย์สามารถวินิจฉัยและให้คำแนะนำการรักษาได้ทันที ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับยาสลายลิ่มเลือดภายใน “ช่วงเวลาทอง” 4 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความร่วมมือครั้งนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการพัฒนารถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ (Mobile Stroke Unit) ต้นแบบของศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี
2561 และสะท้อนความมุ่งมั่นของทรูในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและโครงข่ายสื่อสารสนับสนุนระบบสาธารณ สุขของประเทศ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิต ของคนไทยอย่างเท่าเทียม
