HoonSmart.com>>บลจ.แอสเซท พลัส กางแผนปี 69 ลุยส่งกองทุนนวัตกรรมใหม่ๆ เพิ่มทางเลือกลงทุนต่อเนื่อง หลังนักลงทุนตอบรับดึงเงินไหลเข้าลงทุน จ่อเปิดตัว 2 กองทุนใหม่ มี.ค.นี้ ลุย “หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชีย-หุ้นสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องแผนทรัมป์ดึงโรงงานผลิตกลับประเทศ” พร้อมชูกลยุทธ์ลงทุน 3 แกนหลักรับเงินทุนโลกเปลี่ยนทิศ ด้าน AUM ตั้งเป้าเติบโต 20% แตะ 6.3 หมื่นล้านบาท สิ้นปีนี้

นายคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า ปี 2569 วางแผนธุรกิจบน 2 แกนหลัก ได้แก่ 1.การเสริมความแข็งแกร่งให้กองทุนเดิม (Existing Product Enhancement) และ 2.การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม (Innovative Product) เพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตของบริษัทในทุกมิติ
“เราเชื่อว่าการทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนโดดเด่น ควบคู่กับการเปิดตัวกองทุนธีมใหม่อย่างต่อเนื่อง จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันการพัฒนาโซลูชั่นแบบ Tailor-Made จะช่วยสร้างความแตกต่างและความยั่งยืนในระยะยาว ด้วยแรงสนับสนุนจากผลงานกองทุนที่โดดเด่น การนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านนวัตกรรมและการให้บริการที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เชื่อว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและมั่นคงให้กับนักลงทุนได้”นายคมสัน กล่าว
นายคมสัน กล่าวว่า แผนงานในปีนี้ เตรียมออกกองทุนใหม่ในกลุ่ม Atrackers Series อย่างต่อเนื่องรวมไม่ต่ำกว่า 10 กองทุน จากต้นปีออกกองทุน A-RING เป็นกองทุนเดียวในไทยที่ลงทุนเฉพาะหุ้นเหมืองทอง และกองทุน A-SLVP ลงทุนในหุ้นเหมืองโลหะเงิน ซึ่งนักลงทุนให้ความสนใจเข้าลงทุนจำนวนมาก และทั้งสองกองสร้างผลตอบแทน 13-14% ตามลำดับ และในเดือนมี.ค.เตรียมเปิดตัว 2 กองทุน ที่ยังไม่มีในไทย ได้แก่ A-ASMI ลงทุนหุ้นเซมิกคอนดักเตอร์ในภูมิภาคเอเชีย และกองทุน A-AIRR ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ที่เกี่ยวกับการสร้างโรงงาน ดาต้าเซ็นเตอร์ฮาร์ดแวร์ ตามแผนสหรัฐฯดึงโรงงานผลิตกลับประเทศ
ทางด้านกองทุนที่สร้างผลตอบแทนโดดเด่นในปีที่ผ่านมา ได้แก่ กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ASP-NGF ,กองทุนหุ้นเวียดนาม ASP-VIET และกองทุน ASP-AAA-A ซึ่งเป็นกองทุนผสม คาดหวังผลตอบแทน 4-6% ต่อปี ซึ่งแนะนำเป็น Core Port
“ตั้งเป้าปั๊ม AUM ปี 69 โต 20%-บุกตลาดกองทุนส่วนบุคคล”
นายคมสัน กล่าวว่า ทางด้านมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของบลจ.แอสเซท พลัส ณ วันที่ 30 ม.ค.2569 อยู่ที่ 54,916 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 3% ต่อปี สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในศักยภาพการบริหารจัดการกองทุน แบ่งเป็นธุรกิจกองทุนรวม 58.23% กองทุนส่วนบุคคล 38.66% และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3.11% ซึ่งมีฐานธุรกิจที่มีความหลากหลายและสมดุลระหว่างลูกค้ารายย่อยและลูกค้าสถาบัน โดยในปีนี้ตั้งเป้า AUM เติบโต 20% มูลค่าสินทรัพย์แตะ 63,000 ล้านบาท
ในส่วนของธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลมีแผนบุกตลาดต่อเนื่อง ซึ่งกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ 5 ล้านบาท แนะนำการจัดพอร์ตลงทุนเฉพาะบุคคล โดยผู้จัดการกองทุนจะคัดสรรกองทุนให้ตามความเสี่ยงและผลตอบแทนคาดหวังของลูกค้า

นายกมลยศ สุขุมสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุน บลจ.แอสเซทพลัส กล่าวว่า ปี 2569 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวัฎจักรเศรษฐกิจโลก เรากำลังเห็นภาพดอกเบี้ยขาลงในประเทศพัฒนาาแล้ว ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะเดียวกันกระแสเงินทุนมีแนวโน้มปรับสมดุลจากตลาดที่ปรับตัวขึ้นมามาก ไปสู่ตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะถัดไป เช่น ญี่ปุ่นและตลาดเอเชีย
“ชูกลยุทธ์ลงทุนภายใต้ 3 แกนหลัก รับเงินทุนโลกเปลี่ยนทิศ”
นายกมลยศ กล่าวว่า จากบริบทเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน บลจ.แอสเซท พลัส จึงวางกลยุทธ์การลงทุนปี 2569 ภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่ 1.AI & Innovation 2.Live with Uncertainty และ 3.Global Rebalancing เพื่อรับมือการเปลี่ยนทิศของกระแสเงินทุนและสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน
1.AI & Innovation บริษัทมองว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโตและจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในระยะยาว ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ไปจนถึงอุตสาหกรรมใหม่ เช่น อวกาศและสินทรัพย์ดิจิทัล
กองทุนหุ้นแนะนำ ASP-AIEQ , A-JEDI , A-GRID , ASP-DIGIBLOC ส่วนกองทุนสินทรัพย์ทางเลือก แนะนำ ASP-CRYPTO-UI และ ASP-POINTAI-UI
2.Live with Uncertainty เน้นการจัดพอร์ต เพื่อรับมือความผันผวนที่ยังคงอยู่ในระบบเศรษฐกิจโลก ผ่านการเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ที่จะช่วยกระจายความเสี่ยง อาทิ Hedge Fund อุตสาหกรรมกลาโหม รวมถึงทองคำและเหมืองแร่ทองคำและเงิน ซึ่งมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้ดีในภาวะตลาดผันผวน
กองทุนหุ้นแนะนำ A-RING, A-SLVP และ ASP-DEFENSE ส่วนกองทุนสินทรัพย์ทางเลือก แนะนำ ASP-PHF-UI
3.Global Rebalancing สะท้อนมุมมองต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากตลาดที่ปรับขึ้นมามาก ไปสู่ภูมิภาคที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยเฉพาะญี่ปุ่นและตลาดเอเชีย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างและแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงในประเทศพัฒนาแล้ว
กองทุนหุ้นแนะนำ ASP-VIET (หุ้นเวียดนาม) , ASP-NGF (หุ้นญี่ปุ่น), A-ASEMI (หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชีย) และ ASP-T12 (ลงทุนหุ้นไทยคุณภาพดี 12 ตัวท็อป)
อ่านข่าวอื่นๆ
บลจ.แอสเซทพลัส คาด SET ปีนี้ 1,620 จุด ต่างชาติจ่อพบ”บจ.ไทย”ดึงฟันด์โฟลว์เข้าต่อ
