HoonSmart.com>>”ซีเค พาวเวอร์” (CKP) พุ่งเฉียด 6% กำไรไตรมาส 4 และปี 68 แกร่งกว่าคาด”ไซยะบุรี-น้ำงึม 2″หนุน ปี69 โตต่อปริมาณน้ำยังมาก บล.กสิกรไทยแนะ”ซื้อ”ชี้เป้า 3 บาท บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ตีมูลค่ากลางปี 3.10 บาท เตือนระวังน้ำน้อยกว่าคาด ลุ้นเขื่อนใหญ่จีนปล่อยน้ำ บล.เคจีไอให้“ถือ” ให้ราคา 2.70 บาท บล.กรุงศรีคงให้ขาย ราคาเหมาะ 2 บาท จบรอบ Catalyst จากสภาวะ La Nin บริษัทลงทุนขนาดใหญ่ให้ผลตอบแทนปันผลปี 69-71 เพียง 3.3–4.0%
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) ปรับตัวขึ้น ราคาซื้อขายที่ 2.68 บาท บวก 0.14 บาทหรือ +5.51% จากระหว่างวันขึ้นไปสูงสุดแตะ 2.76 บาท ต่ำสุดที่ 2.60 บาท สวนทางกับภาวะตลาดโดยรวมที่ร่วงลง 7.42 จุด หรือ -0.50% ซื้อขายที่ 1,473.29 จุด ณ เวลาประมาณ 11.33 น. ของวันที่ 24 ก.พ. 2569 ของวันที่ 24 ก.พ. 2569 เนื่องจากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ”ซื้อ”หุ้น
บล.กสิกรไทยมองกำไรสุทธิสูงกว่าประมาณการ 23% ในไตรมาส 4/2568 ที่ 831 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% YoY แต่ลดลง 35% QoQ สาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) ที่สูงกว่าคาด 17% แม้ว่ากำไรทั้งปี 2568 จะเพิ่มขึ้น 107% YoY สู่ระดับ 2.8 พันล้านบาท แต่ CKP ประกาศจ่ายเงินปันผลคงที่ที่ 0.088 บาท/หุ้น ต่ำกว่าการคาดการณ์ จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายเดิมที่ 3 บาท
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า CKP รายงานกำไรสุทธิ 831 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 สูงกว่าที่ตลาดคาดประมาณ 10% จากไตรมาส 4/2567 มีรายการขาดทุนจากรายการพิเศษมาก เฉพาะกำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 680 ล้านบาท ลดลง 14.5% YoY และ 44.6% QoQ เนื่องจากปริมาณน้ำมีการลดลงตามฤดูกาล และในไตรมาส 4/68 ที่ได้มี major maintenance shutdown ของโรง NN2 จำนวน 1 unit จากทั้งหมด 3 units ระหว่างวันที่ 16 พ.ย. -30 ธ.ค.68 ทำให้ปริมาณขายไฟลดลง
แนวโน้มไตรมาส 1/2569 คาดว่าจะยังคงเติบโตได้ YoY เห็นได้จากเดือนม.ค.ปริมาณ electricity sale เพิ่มขึ้น YoY ทั้งโรง Hydropower น้ำงึม 2 (+1% YoY) และไซยะบุรี (+28% YoY) คาดว่าจะมาจากการเริ่มปล่อยน้ำจากเขื่อนใหญ่ที่ประเทศจีน อาทิ Xiaowan และ Nuozhadu ที่อยู่เหนือแม่น้ำโขงมีการเก็บน้ำในระดับที่เต็มความจุอ่างเก็บน้ำ อย่างไรก็ตาม โรง Xayaburi hydropower plant มีการทำ partially overhaul ในช่วงไตรมาส 1 และไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นการสลับ unit การทำ maintenance คาดว่าจะกระทบต่อผลการดำเนินงานเล็กน้อย
ส่วนคาดการณ์ ENSO หรือปรากฏการณ์ความผันผวนของอุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ส่งผลต่อสภาพอากาศทั่วโลก ประจำเดือนก.พ. ยังคาดว่าช่วงนี้ก็ยังเป็นลานีญา (La Nina: อากาศชื้นฝนตกชุก) ต่อเนื่องมาจากปีก่อน แล้วกลางปี 2569 จะเริ่มกลับไปสู่ “ค่ากลาง” แล้วมีแนวโน้มจะกลายเป็น “เอลนีโญ” (ฝนแล้ง) ต่อไป ถ้าฝนแล้งเกิดขึ้นเร็วจะส่งผลทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากน้ำลดลง โดยเฉพาะไซยะบุรีที่เป็นโรงไฟฟ้าแบบ Run-of-river ที่ปริมาณผลิตไฟจะขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำไหลผ่าน
CKP จะจัดประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 9 มีนาคมนี้ เราจะ Update อีกครั้งหลังประชุม โดยยังคงแนะนำ OUTPERFORM แต่เริ่มระมัดระวังมากขึ้น จากแนวโน้มปริมาณน้ำมีความเสี่ยงที่จะน้อยกว่าคาด ราคาเป้าหมายกลางปี 2569 อยู่ที่ 3.10 บาท อิง DCF valuation
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กำไรไตรมาส 4/2568 ที่ 831 ล้านบาท (-35% QoQ แต่ +54% YoY) สูงกว่าตลาดคาด 10% จากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่าคาดเป็นหลัก แม้ขณะนี้กำไรปกติที่ 680 ล้านบาท (-45% QoQ และ -14% YoY) ใกล้เคียงคาดยังคงประมาณการกำไรหลักปี 2569 – 2571 ซึ่งยังสูง/ต่ำกว่าตลาด +2%/-12% เบื้องต้นคาดกำไรหลักไตรมาสแรกลดลงจากไตรมาส 4 ที่ผ่านมา และเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ จากกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเป็นช่วงต่ำสุด แม้ว่าmargin ของ SPP ในโครงการ BIC1 และ BIC2 จะดีขึ้นก็ตาม
ส่วนกำไรที่คาดว่าจะโต YoY เป็นเพราะปริมาณผลิตไฟฟ้าพลังน้ำดีขึ้นและต้นทุนการเงินของ XPCL ลดลง แม้ในขณะนี้ แนวโน้มปี 2569 หลักๆ ยังขึ้นอยู่กับทิศทางของ La Niña ที่อาจเปลี่ยนเป็นภาวะ Neutral ช่วงกลางปีนี้ ก่อนมีความเป็นไปได้สูงขึ้นที่จะเข้าสู่ภาวะ El Niño ช่วงครึ่งปีหลังรวมทั้งความคืบหน้าโครงการก่อสร้างที่หลวงพระบาง (LPBL)
“เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 2.70 บาท มองว่าหุ้น CKP ควรซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เนื่องจากปัจจัยบวก (วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงและภาวะ La Niña) ได้สะท้อนไปในราคาแล้ว อีกทั้งยังไม่มีดีล M&A ใน pipeline หรือ catalyst ใหม่ ๆ ในระยะสั้น ท่ามกลางอายุสัญญา PPA ที่สั้นลง และโครงการ LPBL ที่ต้องรอถึงปี 2573 (ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 65% ณ ธ.ค. 68)นอกจากนี้ บริษัทจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.088 บาท/หุ้น (XD: 7 พ.ค. 69) คิดเป็นอัตราผลตอบแทน ราว 3.5% การคาดการณ์ว่าภาวะจะเปลี่ยนจาก La Niña ไปสู่ Neutral–El Niño จะทำให้ปริมาณกระแสน้ำไหลเข้าเขื่อนและปริมาณฝนลดลงในปี 2569 ซึ่งจะกดดันแนวโน้มกำไรปี 2569 ให้แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ”บล.เคจีไอระบุ
ทางด้านบล.กรุงศรีคงคำแนะนำ ขาย และราคาเหมาะสมที่ 2 บาท อิง SOTP ยังคงมองเป็นจุดขายลดสัดส่วนการถือครอง หลังจบรอบ Catalyst จากสภาวะ La Nina ซึ่งเสี่ยงเผชิญฐานสูงในครึ่งหลังปี 2569 ประกอบกับ CKP ยังอยู่ในช่วงเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่อย่างเขื่อนหลวงพระบางจึงคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2569-2571 ในกรอบเพียง 3.3–4.0%
