CKP แกร่งปี 68 กำไรกระฉูด 2,782 ล้านบ. ปี 69 โตต่อ แจกปันผล 3.46%

HoonSmart.com>>”ซีเค พาวเวอร์” (CKP) เติบโตแข็งแกร่ง ปี 68 โกยกำไร 2,781.83 ล้านบาท พุ่งขึ้น 106.90% จากปีก่อน เฉพาะกำไรจากการดำเนินงาน  2,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81% รับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากไซยะบุรี พาวเวอร์   (XPCL) 1,814 ล้านบาท มากกว่า  202% อานิสงส์จากปริมาณน้ำไหลผ่านหนุน ต้นทุนการเงินลดลง  แนวโน้มปี 69  ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ด้านบอร์ดอนุมัติเงิน 715 ล้านบาท แจกปันผลหุ้นละ 0.088 บาท ขึ้น XD  7 พ.ค.นี้  ผลตอบแทน 3.46%

บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่งประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 2,781.83 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.342 บาท พุ่งขึ้น 1,437.29 ล้านบาท  หรือ  106.90% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,344.54 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.165 บาท

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์  เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 ของ CKP เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานจำนวน 2,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,036 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น  81% จากปีก่อน

การเติบโตของกำไรมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์   (XPCL) จำนวน 1,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,214 ล้านบาท หรือ 202%จากปีก่อน จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีเฉลี่ยในปี 2568 ที่มากกว่าปีก่อนถึง  7% ประกอบกับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก

ขณะเดียวกัน บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) ก็มีผลการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา โดย NN2 มีรายได้จากการขายไฟฟ้าจำนวน 4,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 291 ล้านบาทหรือ 7% จากปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในช่วงต้นปีและมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2568 สูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงเดือนก.ค.ที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ทำให้ผลการดำเนินงานของ CKP ในภาพรวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายธนวัฒน์ กล่าวว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของ NN2 ในช่วงต้นปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าในเดือนม.ค.มากกว่าปีก่อน ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่ 1 ที่โดยปกติจะมีฝนตกน้อย ขณะที่ XPCL มีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยในเดือนม.ค.สูงกว่าปีก่อนเช่นกัน ส่งผลดีต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนม.ค.ต่อเนื่องถึงเดือนก.พ. ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2568 อยู่ที่  65% ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้

สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปี 2567 สาเหตุหลักมาจากการทยอยลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์   (LPCL) และผลการดำเนินงานของ XPCL ในปี 2568 ที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการมีเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 และเงินสดจากการดำเนินงาน โดยอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.26 เท่า เพิ่มขึ้น 0.40 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.50 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของ CKP ต่อเนื่องไปในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

นายธนวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปี 2568 ที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่มีความท้าทายทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปรับตัวและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับการประเมินจากเวทีทั้งในประเทศและระดับสากลตามมาตรฐานความยั่งยืน อาทิ ASEAN CG Scorecard และนิตยสาร The Asset ซึ่งสะท้อนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับเอเชีย

นอกจากนี้ CKP ยังได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับ “AAA” ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน ESG100 บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุนจากสถาบันไทยพัฒน์อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบริษัทยังคงขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และการยกระดับความพร้อมขององค์กรด้านบุคลากร เทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

ทางด้านคณะกรรมการ CKP มีมติอนุมัติเงินจำนวน  715,385,680 บาท ในการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 อัตราหุ้นละ 0.088  บาท ให้ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 8 พ.ค. 2569 กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD  วันที่ 7 พ.ค.นี้ และจ่ายเงินวันที่ 22 พ.ค. 2569  ทั้งนี้คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 3.46%  เทียบกับราคาหุ้นปิดที่ 2.54  บาท ลดลง 0.06 บาทหรือ -2.31% วันที่ 23  ก.พ. 2569

ปัจจุบันบริษัท ซีเค พาวเวอร์ ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ 3 ประเภท จำนวน 18 แห่ง รวมขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 3,640 เมกะวัตต์